หน้าแรก Sritown.com

ผู้เขียน หัวข้อ: สู้แดดเมืองไทยด้วย ครีมกันแดด SPF &PA เท่าไรดี  (อ่าน 3090 ครั้ง)

H2YOUSHOP

  • พลทหาร / นักเรียนนินจา
  • *
  • กระทู้: 26
    • H2YOUSHOP


ทราบหรือไม่... แสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก เป็นแสง UV 10% ซึ่งแบ่งเป็น UVB 0.5% แต่อีกตั้ง 9.5% เป็น UVA

ทราบหรือไม่... รังสี UVB ส่งผลต่อผิวในชั้น epidermis ได้ แต่ UVA ลงไปได้ลึกกว่า คือลงไปได้ถึงชั้น dermis

ทราบหรือไม่... รังสี UVB จะมีความแรงมากในช่วงฤดูร้อน แต่ UVA มีความแรงสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

ทราบหรือไม่... แม้ในฤดูหนาว คนกรุงเทพจะได้รับรังสี UVA มากกว่าผู้คนที่ปารีส ถึง 3.11 เพราะกรุงเทพอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรมากกว่า

ทราบหรือไม่... รังสี UVA สามารถทำให้เกิดอนุมูลอิสระได้ ทำลายไฟโบรบลาสต์ในชั้น dermal ของผิวได้ และก่อให้เกิด ผิวแก่ก่อนวัยจากแสงแดด (photoaging) ได้

เหตุผลด้านบนทั้ง 5 ข้อ ทำให้เราจำเป็นต้องปกป้องผิวของเราจากทั้งรังสี UVA และ UVB ค่ะ อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าค่า SPF นั้น เป็นค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในการปกป้องผิวจาก UVB ส่วนค่าที่แสดงถึงการปกป้องผิวจาก UVA นั้นมีหลายแบบ ที่แน่ๆเวลาเลือก ไม่ควรเลือกจากแค่ข้อความที่ระบุว่า “broad spectrum UV Protection” ซึ่งแปลว่าปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB แต่การปกป้อง UVA นั้นต้องสูงเพียงพอ จากการทดลองพบว่าเมื่อนำมาหารกันค่า SPF/PPD ต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 (ทั้งนี้ค่า PPD (Persistent Pigment Darkening) เป็นวิธีที่ใช้ทดสอบประสิทธิภาพของการป้องกันรังสี)

สำหรับประเทศญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆในเอเชียจะใช้ค่า PA แสดงบนฉลากของผลิตภัณฑ์ ซึ่งค่า PA นี้อ้างอิงมาจากค่า PPD อีกทีตามตารางข้างล่าง ยิ่งมีค่า PPD เยอะ ค่า PA ก็ยิ่งมีจำนวนเครื่องหมายบวกมาก แปลว่าสามารถป้องกันรังสี UVA ได้ดี



ส่วนในประเทศแถบยุโรปจะใช้โลโก้ UVA ในวงกลมแสดงถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันรังสี UVA โดย บริษัทจะต้องทำการทดสอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สามารถกัน UVA ได้เพียงพอจริงๆคือ มีค่า SPF/PPD น้อยกว่าหรือเท่ากับ 3 อย่างที่ได้บอกไปข้างต้น จึงจะสามารถใช้สัญลักษณ์นี้บนฉลากได้

สรุปได้ว่าหากคุณเจอผลิตภัณฑ์ที่มีโลโก้ UVA ในวงกลม ไม่ต้องคิดมากเลยค่ะ ซื้อได้เลย กันได้ทั้ง UVA และ UVB อย่างเหมาะสมแน่นอน แต่หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่แสดงค่าการป้องกันรังสี UVA เป็นค่า PA ก็ต้องแปล ต้องคิดกันนิดนึง อย่างถ้ามี SPF 50+ แต่ถ้าค่า PPD 6 (นั่นคือ PPA++) ซึ่งคิดเป็น SPF/PPD = 50/6 = 8.33 ซึ่งมากกว่า 3 นั่นแสดงว่าการปกป้องผิวจาก UVA ยังไม่พอ ทำให้ตากแดดแล้วยังคล้ำได้อยู่ เพราะว่า UVA เป็นตัวที่ทำให้เกิด immediate tanning

ข้อมูลเหล่านี้ผู้เขียนได้ไปอัพเดทมาจากงานประชุมแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้บรรยายคือ ตัวแทนชาวฝรั่งเศส มาพูดให้ฟังเมื่ออาทิตย์ก่อน ที่น่าจำไว้แม่นๆสำหรับสาวไทยก็คือ มีผู้เข้าร่วมประชุมถามว่าแล้วแดดอย่างเมืองไทยนี่เราควรจะใช้ผลิตภัณฑ์กัน แดดซึ่งมีค่าการป้องกันรังสีเท่าไหร่ดี คำตอบที่ได้คือ SPF 30 PA+++ ค่ะ

ขอขอบคุณบทความจาก อ.ภญ.หรรษา มหามงคล

เพิ่มความสวยผิวขาว หน้าใส ได้ไม่ยากกับ ครีมหน้าใส ค่ะ