หน้าแรก Sritown.com

ผู้เขียน หัวข้อ: Nespresso กาแฟสำเร็จรูป  (อ่าน 198 ครั้ง)

unyana

  • โจรสลัดสาว / นินจาซึนะ
  • *
  • กระทู้: 292
Nespresso กาแฟสำเร็จรูป
« เมื่อ: อา. 14 ก.ค. 2019 เวลา 13:30:42 »
Nespresso หรือเนสเปรซโซ่กาแฟสำเร็จรูป สตาร์บัคส์ ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ชงสด ๆ เน้นตลาดลูกค้าระดับบน หันมาขายกาแฟผงสำเร็จ VIA ด้วยการชงผสมน้ำร้อนดื่มได้เลย ในขณะที่เนสกาแฟ ซึ่งเป็นเจ้าตลาดกาแฟสำเร็จรูปสำหรับตลาดกลางและตลาดล่าง ต้องการอัพตัวเองขึ้นมาเป็นกาแฟชงสดบ้าง จึงคิดค้นเครื่องชงกาแฟสด Nespresso ขึ้นมา
ครั้งแรกที่ได้ชิมกาแฟเนสเปรสโซ่ มีความประทับใจหลาย ๆ อย่าง อย่างแรก คือความง่ายของเครื่องชงกาแฟ แค่ใส่แคปซูลในเบ้าของมัน แล้วกดล๊อกทีนึง ยิ่งรุ่นใหม่ ๆ จะดูเหมือนเครื่องยิงลูกระเบิด เพียงง้างกระบอกสูบออกมาใส่แคปซูลเหมือนการยิงระเบิด พอกดปิดแล้วแตะปุ่มอีกทีก็เป็นอันเสร็จ พอชงเสร็จก็ง้างกระบอกออกมาอีกที แคปซูลเปล่าก็จะหล่นลงไปด้านล่างที่เป็นช่องทิ้งพอดี ง่ายมาก ๆ ครับ
อย่างที่สอง คือ รสชาติที่กลมกล่อมได้ที่ทีเดียว นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกระดับกาแฟ และกลิ่นอีกมากมายทีเดียว สีสันสวยงามบนห่อฟลอยด์อลูมิเนียมทำให้ดูดีมีระดับขึ้นมาอีก จุดด้อยของเนสกาแฟเท่าที่เห็นคือ ตัว Crema ถ้าเทียบกับเครื่องชงกาแฟจริง ๆ แล้วยังมีไม่เท่าไหร่ เนื่องจากถ้าชงด้วยเครื่องแล้วเราสามารถที่จะกำหนดตัวแปรต่าง ๆ เองได้ แต่ทุก Shot ของเนสกาแฟออกมาเท่ากันเกินไป อีกจุดก็คือ กลิ่นของเนสกาแฟนั้นหอมเหมือนกาแฟสดจริงๆ แต่ไม่ค่อยขจรขจายเหมือนชงด้วยเครื่องธรรมดา ซึ่งอาจเป็นเพราะแรงดันไอน้ำที่น้อยเกินไปอีก ลองดูวิธีชงเนสเปรซโซ่ และโฆษณาของเขาซิโดยเฉพาะที่แสดงโดยพระเอก George Clooney ที่มีอยู่หลายคลิป ต่างก็เป็นตลกร้ายทั้งนั้น
ปัญหาของเนสเปรสโซ่จริง ๆ แล้วอยู่ที่การตลาดของทางเนสเปรสโซ่เอง เพื่อให้คนเกิดความรู้สึกอยากได้จริง ๆ แม้ไม่ไม่ได้เป็นตัวหลัก แต่ก็ถือเป็นตัวทำเงินของเนสท์เล่ทีเดียว สาเหตุที่เมืองไทยยังไม่มี เท่าที่เคยลองถามบริษัทดู ก็ได้รับคำตอบว่า อยู่ที่ราคาของผลิตภัณฑ์ ราคายูโรกว่า ๆ ถ้าเทียบเป็นเงินไทย คงไม่มีใครซื้อ ครั้นจะลดราคาก็ทำได้ยาก เพราะติดที่ต้นทุน ในมุมมองของเนสท์เล่ ไทยแลนด์ ตอนนี้ตลาดกาแฟผงยังโตได้อีกมาก ในขณะที่กาแฟสดเอง ก็มีคู่แข่งที่เป็นกาแฟสดที่ชงขายกันอยู่ทั่ว ๆ ไปในราคา 35-40 บาทนั่นเอง
กาแฟแคปซูลเคยขาดตลาดจนมีคนหัวใสใน Youtube เอาแคปซูลเก่ามาบรรจุใหม่ แต่คงจะไม่ดีหรอก ด้วยขาดรสชาติ และสุขอนามัยแล้ว เพราะควรใช้ครั้งเดียวทิ้ง จุดนี้ก็เลยเป็นที่โจมตีในเรื่องการไม่รักษาสิ่งแวดล้อม และเรื่องของลิขสิทธิ์ ทำให้เจ้าอื่นไม่สามารถทำได้ครับ แต่เราจะเห็น Douwe Egberts (DE) เองก็ทำ ส่วนในไทยก็มี Bon Cafe ไง ซึ่งจะไม่เน้นแคปซูลแต่เรียกเพียนไปว่า Coffee Pod ซึ่งจะเป็นถุงผ้ากลม ๆ แบน ๆ ใส่เข้าไปบนแป้นอีกที ซึ่งเสียเปรียบทั้งในด้านความสวยงามและรสชาติที่อาจระเหยออกไป รวมทั้งการบรรจุที่ไม่หนาแน่น อารมณ์ของกาแฟก็จะเหมือนชงกาแฟสด แต่ Stamp ไม่ดีนั่นเอง แต่ส่วนนี้เท่าที่เห็นเครื่องของ DE เขาก็แก้ด้วยการมี Stamper อยู่ที่ตัวเครื่อง และทาง DE ซึ่งจับมือกับ Phillips ก็ได้สร้างเครื่องชงกาแฟสำเร็จ Senseo เองก็งัดกลยุทธให้มีเครื่องชงนมร้อนที่สามารถสร้างสรรค์กาแฟนมรสชาติต่าง ๆ ออกมาอีกด้วย