หน้าแรก Sritown.com

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
Teen Zone / โรงหนังระบบพิเศษ ดูหนังแบบเพลินๆ แต่ได้อรรถรสกว่าเดิม!
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ ศ. 17 ม.ค. 2020 เวลา 14:58:03 »


โรงหนังรูปแบบพิเศษ จะทำให้การดูหนังเปลี่ยนไป!
ภาพยนตร์เรื่องเดิม เพิ่มเติมคือได้อารมณ์มากขึ้น


ชอบดูแบบไหนก็เลือกเลย
จอใหญ่ เสียงกระหึ่ม หรือเน้นบรรยากาศในโรง


   ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้การดูหนังทุกวันนี้เป็นเรื่องง่ายมาก แค่โหลดแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ก็เลือกดูหนังออนไลน์ได้ทุกที่ แถมยังเป็นคอนเทนต์ที่หลายคนให้ความสนใจอีกด้วย จนหลายคนอาจจะมองว่าแบบนี้คนจะไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์กันอยู่มั้ย? ต้องบอกเลยว่าการไปดูหนังทุกวันนี้ถือเป็นประสบการณ์ (Experience) อย่างนึงที่เราไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ก็คือดูหนังจอใหญ่ ลำโพงดังกระหึ่ม บรรยากาศรอบข้างคือมืดสนิท ถ้าอยู่บ้านก็ได้แค่จอโทรทัศน์ 60 นิ้วเอง ทำให้คนยังเลือกที่จะไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์กันอยู่ หนังหลายเรื่องที่นั่งเต็มจนเกือบถึงแถวหน้าสุดก็มีนะ




(โรงภาพยนตร์ 4DX มีเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ระหว่างภาพยนตร์กำลังฉายอยู่)



  แต่ยิ่งกว่านั้นโรงภาพยนตร์เองก็เข้าใจว่าคนที่มาดูหนังนั้น แบ่งได้เป็นหลาย Segmentation แต่ละคนมีความต้องการ Experience แตกต่างกันไป บางคนแค่ดูหนังเรื่องนึงในโรงปกติและระบบปกติก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับอีกหลายคนต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ความหรูหรา บริการที่เป็นเลิศกว่าปกติ ก็ต้องมีโรงหนังที่สามารถรองรับคนกลุ่มนี้ด้วย ทำให้ตอนนี้มีโรงภาพยนตร์พิเศษที่เจาะเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเน้นเรื่องภาพและเสียง, ความหรูหรา, บรรยากาศภายในโรง หรือประสบการณ์ร่วมกับหนังเรื่องนั้นๆ มากมาย




พี่ โปร เลยขอเลือก 9 โรงภาพยนตร์พิเศษที่น่าสนใจ
ใครชอบแบบไหนก็ไปลองสัมผัสประสบการณ์ใหม่กันได้น้าาา~











4DX


   ถ้าใครที่ชอบดูหนังแบบได้อารมณ์แบบขั้นสุด ก็ต้องเลือกดูที่โรงภาพยนตร์ระบบ 4DX เลยนะ เพราะจะได้สัมผัสกับความสมจริงของภาพยนตร์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ แสง สี เสียง สัมผัส และกลิ่นเอฟเฟ็ค ซึ่งจะเข้ากับเหตุการณ์ของภาพยนตร์ในแต่ละช่วง นั่งๆ อยู่อาจจะรู้สึกว่ามีใครมาเตะเบาะกันเลยทีเดียว อย่างเช่นดูหนัง Frozen อยู่ เป็นฉากพายุหิมะ จะมีพัดลมเป่าแรงให้สัมผัสกับลมหนาวอย่างเต็มที่ พร้อมให้บริการแล้ว 10 สาขาทั่วประเทศเลย

-โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค

-โรงภาพยนตร์เมกา ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์อีสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่

-โรงภาพยนตร์หาดใหญ่ ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์โคราช ซีนีเพล็กซ์


คะแนน..พี่ promotion คิดให้ คุ้มค่า = 4/5 | ภาพและเสียง = 4.5/5 |
ความพิเศษของโรง = 3.5/5











MX4D


   ฟากเมเจอร์ฯ มีโรงภาพยนตร์ 4DX กันแล้ว ทางด้านเอสเอฟก็ไม่น้อยหน้ามีเหมือนกันจ้า แต่ใช้ชื่อว่า MX4D จะได้พบกับ 15 เอฟเฟ็กต์ จะทำให้เราเหมือนเข้าไปเป็นส่วนนึงภาพยนตร์ที่กำลังชมอยู่ทีเดียว เก้าอี้ระบบ Pneumatic สามารถเคลื่อนไว้ได้ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นฉากไหนก็เคลื่อนไหวได้แบบสมจริงสุด

   ที่นั่งภายในโรงจะเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด จะนั่งตรงไหนของโรงก็เหมือนกัน ราคาจะอยู่ที่ 350-410 บาท ขึ้นอยู่กับสาขาและภาพยนตร์ที่เข้าฉาย โดยตอนนี้มีให้เลือกชมได้เพียง 2 สาขา ได้แก่

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช


คะแนน..พี่ โปร คิดให้ คุ้มค่า = 4/5  | ภาพและเสียง = 4.5/5 |
ความพิเศษของโรง = 3.5/5











IMAX


   ถ้าพูดถึงความยิ่งใหญ่ของจอฉาย ต้องยกให้ระบบ IMAX เท่านั้นเลยจริงๆ เพราะว่าถือเป็นโรงภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศแล้ว ความสูงของจอเทียบเท่ากับตึกที่มีความสูง 8 ชั้นกันเลยทีเดียว ถ้าไปดูในระบบ IMAX 3D ก็เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลยว่าจอใหญ่เต็มตา ทะลุออกมาจากหน้าจอเลย นอกจากนี้ระบบเสียงก็กระหึ่มกว่าโรงระบบปกติ เพราะมีลำโพงขนาดใหญ่ภายในโรงอีกด้วย

   สำหรับราคาบัตรชมภาพยนตร์จะแตกต่างกันในแต่ละสาขา ถ้าราคาเด็ดสุดก็ต้องยกให้พารากอน ซีนีเพล็กซ์เลย ระบบ 3D ที่นั่งปกติราคาประมาณ 450.- ส่วนสาขาอื่นๆ ราคาจะลดไปตามลำดับ ถ้าเป็นสาขานอกเมืองหรือในต่างจังหวัด ราคาก็จะถูกลงมาหน่อย ตอนนี้สามารถแวะไปชมกันได้ทั้งหมด 6 สาขาด้วยกัน ได้แก่

-โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค

-โรงภาพยนตร์ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต

-โรงภาพยนตร์เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่


คะแนน..พี่ โปรโมชั่น คิดให้ คุ้มค่า = 4.5/5  | ภาพและเสียง = 5/5 |
ความพิเศษของโรง = 4.5/5










Screen X


   สำหรับโรงภาพยนตร์ระบบ Screen X ถือว่ามีที่แรกและที่เดียวในประเทศไทยเลยนะ จุดเด่นของระบบการฉายนี้ก็คือ หน้าจอที่แสดงผลกว้างถึง 270 องศา พูดง่ายๆ ก็คือจะมีหน้าจอฉายถึง 3 ด้าน ทั้งด้านซ้าย ตรงกลาง และด้านขวาของเราเลย แต่ไม่ใช่หนังทุกเรื่องจะสามารถฉายระบบนี้ได้นะ เพราะจะต้องถ่ายทำด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อระบบนี้โดยเฉพาะ ใช้กล้อง 3 ตัวในเวลาเดียวกัน ใช้เครื่องฉายมากถึง 9 เครื่องพร้อมกัน เพื่อทำให้ได้สัมผัสกถึงอรรถรสของหนังเรื่องนั้นอย่างแท้จริง แถมภาพยังคมชัดระดับ 2K ขึ้นไป ซึ่งมีความละเอียดกว่าระดับ High Definition (HD) อีกด้วย ระบบนี้จะไม่ค่อยมีหนังฉายเข้าฉายสักเท่าไหร่ อยากตามไปดูไปได้เลยที่โรงภาพยนตร์ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต (โรงที่ 2)

   ภายในโรงจะมีที่นั่งให้เลือก 2 ประเภท คือ ที่นั่งแบบ Quartier Chair ราคา 450.- และ Opera Chair คู่ละ 1,200.- ในแต่ละแถวจะมีเพียง 12 ที่นั่ง ทำให้ไม่อึดอัด ดูหนังได้อย่างสบายอารมณ์สุด


คะแนน..พี่ โปร คิดให้ คุ้มค่า = 3/5  | ภาพและเสียง = 4.5/5 |
ความพิเศษของโรง = 4/5











Zigma Cinestadium


   โรงภาพยนตร์ Zigma Cinestadium ถือเป็นโรงที่ทาง SF Cinema ขยายสาขาเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เพราะสามารถปรับปรุงโรงที่มีอยู่เดิมได้เลย ไม่ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเดิมซักเท่าไหร่ ใช้หน้าจอแบบ Giant Screen จอใหญ่เต็มตา เรียกว่าติดจากเพดานจนถึงพื้น ระบบการฉายเป็นแบบ Digital Cinema 4K ภาพให้ความคมชัดทุกรายละเอียด ใช้ระบบเสียงแบบ Dolby Digital Atmos เพิ่มลำโพงด้านบนให้เสียงรอบทิศทางทั้งจากด้านหน้า, ด้านหลัง, ด้านซ้าย, ด้านขวา และด้านบน แถมที่นั่งเป็นแบบ Super Stadium คนข้างหน้าไม่มีบังแน่นอนเวลาดูหนังอยู่

   ภายในโรงภาพยนตร์ Zigna Cinestadium จะเป็นโรงที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ที่นั่งมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ Premium, Prime และ Suite จะไม่มีที่นั่ง Deluxe เหมือนโรงภาพยนตร์ทั่วไป ราคาเริ่มต้นก็จะสูงกว่าโรงระบบปกติอยู่ 20 บาทเช่นเดียวกัน ถ้าชอบดูหนังแบบได้อารมณ์ จอใหญ่ เสียงรอบทิศทางต้องจัดละ ซึ่งมีทั้งหมด 6 สาขาด้วยกันตามนี้เลยยยย~

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ (โรงที่ 12)

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 (โรงที่ 4)

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว (โรงที่ 8)

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา (โรงที่ 2)

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน (โรงที่ 10)

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เมญ่า เชียงใหม่ (โรงที่ 2)


คะแนน..พี่ promotions คิดให้ คุ้มค่า = 4.5/5  | ภาพและเสียง = 4.5/5 |
ความพิเศษของโรง = 4/5











The Porch Cinema


   ที่นี่ถือเป็นโรงภาพยนตร์แบบ Outdoor แห่งแรกของโลก ให้บรรยากาศที่หรูหรา เป็นส่วนตัว นอนดูหนังแบบสบายๆ ไปเลย พร้อมกับมองเห็นวิวบรรยากาศของทะเลพัทยา พร้อมบริการป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มอีกด้วยนะ ถ้าไปพัทยาก็ลองแวะไปดูหนังที่โรงนี้สักครั้งนึงก็คงจะพิเศษไม่น้อย

   ที่นั่งภายในโรง จะมีให้เลือกอยู่ 2 ประเภท คือ Sun Bench (ราคา 700 บาท/ที่นั่ง) และ Moon Bed (ราคา 1,400 บาท/คู่) ตามไปดูกันได้ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช (โรงที่ 10) เลยจ้า


คะแนน..พี่ โปร คิดให้ คุ้มค่า = 3.5/5  | ภาพและเสียง = 3/5 |
ความพิเศษของโรง = 4/5










Enigma

(ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ Siam Paragon)


   ถือว่าที่นี่เป็นโรงภาพยนตร์ที่มีราคาแพงที่สุดในไทยประเทศ แต่บอกเลยว่าถ้าได้ดูหนังที่นี่แล้ว จะต้องฟินลื้มมมม เพราะมีความเป็นส่วนตัวมากสุด พนักงานบริการประหนึ่งเราเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงเลย พร้อมอาหารและเครื่องดื่มแบบจัดเต็ม ประทับใจไป 7 วัน 10 วัน แต่ในส่วนของราคานั้นก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ถ้าหากมีเงินแค่หลักร้อย ก็ต้องเก็บออมกันเยอะหน่อยถึงจะดูได้ เพราะสงวนราคาอยู่ที่คู่ละ 4,000.- เท่าน้านนน~

คะแนน..พี่ โปรโมชั่น คิดให้ คุ้มค่า = 3.5/5  | ภาพและเสียง = 3.5/5 |
ความพิเศษของโรง = 5/5










Happiness Cinema


   ใครชอบดูหนังแบบส่วนตัวสุดๆ ไม่ชอบคนพลุกพล่านก็ต้องไปดูโรงนี้ Happiness World Screen มีที่นั่งให้เลือก 3 แบบ คือ Day Bed, Lazy Chair และ Bean Bag จะมาดูเดี่ยว คู่ หรือครอบครัวก็สามารถเลือกที่นั่งได้อย่างตรงใจ สำหรับคนที่มาดูหนังที่โรงภาพนตร์นี้จะได้รับผ้าห่ม และ Happiness Combo Set ฟรีอีกด้วยล่ะ

   สำหรับราคาของที่นั่ง 3 ประเภทเป็นตามนี้เลยจ้า Day Bed (4 ที่นั่ง ราคา 1,600.-), Lazy Chair (2 ที่นั่ง ราคา 800.-) และ Bean Bag (ที่นั่งละ 400.-) ซึ่งตอนนี้ได้เปิดบริการแล้วทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

-โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา


คะแนน..พี่ โปรโมชั่น คิดให้ คุ้มค่า = 3.5/5  | ภาพและเสียง = 3.5/5 |
ความพิเศษของโรง = 4.5/5










Kids Cinema


   โรงภาพยนตร์สำหรับเด็กแห่งแรกของไทย เปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ส่วนในวันธรรมดาจะจำหน่ายที่นั่งในระบบปกติแทนนะ โรงนี้จะมีความพิเศษมากกว่าโรงอื่นๆ เพื่อตอบความต้องการของครอบครัวและเด็กๆ ให้ได้มากที่สุด ดังนี้

-ภายในจะมีเครื่องเล่นมากมาย สไลเดอร์และบ่อบอลขนาดยักษ์กว่าหนึ่งหมื่นลูก

-ปรับเพิ่มแสงสว่างภายในโรง เพิ่มขึ้น 30%

-ปรับระดับเสียงจากภาพยนตร์ ลดลง 20% จะไม่รู้สึกดังมากจนเกินไป

-จะเห็นว่าภายในโรงตกแต่งสวยงามมาก สีสันสดใสเฟร่อ ทั้งเบาะและผนังโรง เหมาะสำหรับครอครัวและเจ้าตัวน้อยสุดๆ

-ที่นั่งแบบปกติก็มีให้เลือกซื้อนะ ไม่ใช่เด็กก็ดูโรงนี้ได้จ้า แค่เค้าทำมาให้เหมาะกับเด็กเท่านั้นเอง ปัจจุบันมีให้เลือกชมกันมากถึง 12 สาขาด้วยกัน จะกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามนี้เลยนะ



-โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค

-โรงภาพยนตร์ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต

-โรงภาพยนตร์เมกา ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์อีสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล พระราม 3

-โรงภาพยนตร์เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ งามวงศ์วาน-แคราย

-โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง


คะแนน..พี่ โปร คิดให้ คุ้มค่า = 4/5  | ภาพและเสียง = 3/5 |
ความพิเศษของโรง = 4.5/5










ปันโปรสรุปให้


-โรงภาพยนตร์แบบพิเศษ มีให้เลือกทั้งในเครือ Major Cineplex และ SF Cinema เลยนะ เลือกดูตามสไตล์ที่เราชอบได้เลย ยิ่งหนังฟอร์มยักษ์ ถ้าได้ดูระบบพิเศษคือเริ่ดสุด ดูหนังกันแบบเต็มอิ่มไปเลย

-ถ้าหากดูหนังราคาปกติเดี๋ยวนี้ก็ล่อไป 200+ บาทแล้ว แต่ถ้าเป็นระบบพิเศษก็จะเพิ่มราคาขึ้นไปอีกนะ เพราะมันมีความพิเศษอยู่ ราคาจะเริ่มต้น 300+ ไปจนถึงหลายพันก็มี มันอยู่ที่ว่าเราต้องการดูหนังแบบไหนตอนนั้น

-นอกจากโรงภาพยนตร์แบบพิเศษจะมีให้เลือกเยอะขนาดนี้แล้ว โปรโมชั่นก็เยอะเช่นกัน ก่อนจะซื้อตั๋วให้ลองหาข้อมูลโปรโมชั่นก่อน เพราะบางโรงก็มี ลดราคา พิเศษโดยเฉพาะ เช่น บัตร M Gen IMAX ดูหนังระบบ IMAX ทุกวันจันทร์ มา 2 จ่าย 1 หรือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่างๆ เพื่อรับส่วนลด เป็นต้น


2


ส่งของ สั่งของ ใช้บริการที่ไหนได้บ้าง
ปันโปรรวมมาให้ทุกคน
แบบจุกๆ ล้าวววววว


  ปัจจุบันหลายคนหันมาทำธุรกิจขายของออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ขายเสื้อผ้า รองเท้า อาหาร ฯลฯ และเมื่อพูดถึงการขายของออนไลน์ แน่นอนว่าสิ่งนี้ต้องมาคู่กับการจัดส่ง และตัวกลางที่ช่วยให้ไปถึงมือผู้รับก็คือ บริษัทจัดส่งสินค้า ที่ในยุคนี้มีมากมายให้เราได้เลือกใช้บริการ ดังนั้นวันนี้ พี่ โปร เลยขอรวบรวมและเปรียบเทียบข้อมูลของบริษัทขนส่งสินค้าต่างๆ มาให้ชมกัน













20 ที่ขนส่ง ต่างกันตรงไหน?
คำตอบอยู่ข้างล่างนี้แล้วจ้า




1.ไปรษณีย์ไทย


   หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ให้บริการจัดส่งไปรษณีย์และ e-Commerce Logistics ซึ่งที่จัดส่งสิ่งต่างๆ ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ ข้อมูล ข่าวสาร รวมไปถึงการโอนเงิน และ พี่ promotion บอกเลยอย่างไม่ได้เชียร์นะ ว่าพี่ไปรษณีย์นี่ล่ะที่รู้รายละเอียดเรื่องสถานที่เก่งที่สุดแล้ว ด้วยความที่มีเครือข่ายทั้งหมด 1,276 แห่ง และจุดบริการกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีประสบการณ์ในการให้บริการรับ-ส่งของมายาวนาน มีคุณภาพ มาตรฐานสากลและเชื่อถือได้

- การจัดส่ง พื้นที่กรุงเทพฯ จัดส่ง 1-2 วัน ส่วนปริมณฑล 1-3 วันทำการ

- ราคา เริ่มต้นที่ 32 บาท

- ช่องทางการติดต่อ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด - สำนักงานใหญ่ เบอร์ 02-831-3131 (กรณียังไม่ได้รับของ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือ แจ้งข้อมูลผ่านระบบเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th)








2.Line Man

   เชื่อได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแอปที่วัยรุ่นหลายคนเลือกใช้ เพราะมีทั้งสั่งอาหาร ส่งพัสดุ แมสเซนเจอร์ ซื้อของ รวมไปถึงการเรียกแท็กซี่ ให้บริการทั้งในกรุงเทพและปริมณฑล แถมยังมีบริการเลือกเวลาเข้ารับถึงหน้าบ้านโดยไม่บวกค่าส่งเพิ่ม ไม่ต้องเสียเวลาออกไปส่งให้เหนื่อย ช่วยทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

- การจัดส่ง 1 วันทำการ

- ราคา ค่าบริการ : ค่ารับต่อเที่ยว + ค่าส่งต่อชิ้น

- โปรโมชั่น ตอนนี้มีโปรโมชั่นแจกส่วนลด 100 บาท ถึงวันที่ 13 ม.ค. 63

 - ช่องทางการติดต่อ แอปพลิเคชั่น LINE MAN








3.Kerry Express

  หลายคนน่าจะต้องรู้จักหรือเคยใช้บริการของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เพราะเป็นบริษัทจัดส่งพัสดุชั้นนำ ซึ่งในปัจจุบันให้บริการกว่า 5,500 แห่ง แถมยังมีบริการจัดส่งของแบบรวดเร็ว เช่น ส่งวันนี้ได้รับของในวันถัดไป เป็นต้น

- การจัดส่ง ส่งจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดได้รับในวันถัดไป ส่วนการส่งข้ามจังหวัด ได้รับ 2 วันทำการ (ไม่นับวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

- ราคา เริ่มต้นที่ 30 บาท

- โปรโมชั่น ตอนนี้มีโปรสำหรับสำหรับลูกค้าใหม่จัด
ลดราคา  ให้ถึง25% จนถึงวันที่ 30 มี.ค. 63นี้นะจ๊ะ

- ช่องทางการติดต่อ 02-238-5558 (กรณียังไม่ได้รับของ สอบถามได้ทางเว็บไซต์หรือติดต่อ 1217)








4.Grab Express

   บริการรับส่งของที่รวดเร็วทันใจ ไว้ใจได้ อีกทั้งผู้ส่งสามารถเช็กสถานะของสิ่งของที่ตนเองส่งได้ตลอดเวลา พร้อมค่าประกันสินค้าที่มีมูลค่าสูงสุดถึง 10,000 บาท ต่อการจัดส่งในแต่ละครั้งอีกด้วย ให้บริการครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานีและสมุทรปราการ

- การจัดส่ง 1 วันทำการ

- ราคา เริ่มต้นที่ 50 บาท

-
โปรโมชั่น ตอนนี้มี โปรฯ สำหรับผู้ใช้ใหม่ ใส่โค้ด Grab Express ลด 70 บาท ใช้ได้ถึงวันที่ 3 ก.พ. 20

- ช่องทางการติดต่อ (กรณียังไม่ได้รับของ สามารถติดต่อ Call Center ได้ที่ 02 021 2500 พนักงานจะช่วยติดต่อและประสานงานให้)








5.Scg Express

   เป็นบริการขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน ซึ่งการจัดส่งพัสดุ ตรงเวลา พัสดุไม่เสียหายระหว่างการขนส่งอย่างแน่นอน ให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

- การจัดส่ง จังหวัดในภาคเดียวกันได้รับในวันถัดไป แต่ในกรณีข้ามจังหวัด 2-3 วันทำการ

- ราคา เริ่มต้นที่ 40 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 02-239-8999 (กรณียังไม่ได้รับสินค้า สามารถตามของได้ที่  Website / Mobile Application หรือ Call Center 02-239-8999)








6.Bee Express

   บริษัทจัดส่งที่ให้บริการภายในประเทศ ช่วยประหยัดเวลา เก็บรักษาข้อมูลของลูกค้า กำหนดเวลาจัดส่งได้ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการในการจัดส่งให้ลูกค้าได้ โดยรับข้อมูลการติดต่อจัดส่งล่วงหน้าจากพนักงานขนส่ง และที่สำคัญนัดหมายรับสินค้าหรือเลื่อนวันเวลาได้อย่างง่ายดาย

- การจัดส่ง 1 วัน แต่กรณีข้ามจังหวัด 1-3 วันทำการ

- ราคา เริ่มต้นที่ 30 บาท

-
โปร Bee Express มีส่วนลด 5 บาท ทุกขนาดกล่อง ทุกพื้นที่การขนส่ง ไม่มีขั้นต่ำในการส่ง เริ่ม 25 ธ.ค. 62 - 25 ม.ค. 63 กติกาอื่นๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ @BeeExpressOfficial

- ช่องทางการติดต่อ 02-058-5555








7.J&T Express

  บริษัทขนส่งพัสดุด่วนเป็นอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้บริการภายในประเทศ สร้างความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับธุรกิจ e-commerce มีการตรวจสอบการติดตามพัสดุที่ง่ายและสะดวก มีระบบติดตามพัสดุจนถึงมือผู้รับ ถ้าหากระหว่างทางการจัดส่งเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น ทางบริษัทจะดำเนินการแจ้งและชดเชยค่าเสียหายให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด

- การจัดส่ง 1-3 วัน

- ราคา เริ่มต้นที่ 35 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 02-009-5678








8.BS Express

  ให้บริการจัดส่งสินค้าไปยังสำนักงานและสถานประกอบการต่างๆ พร้อมบริการตรวจสอบสถานะการจัดส่ง การประกันภัยอุบัติเหตุระหว่างการจัดส่งและมีคอลเซ็นเตอร์ช่วยตรวจสอบสถานะสินค้าอีกด้วยจ้า

- การจัดส่ง ส่งกรุงเทพไปต่างจังหวัดได้รับในวันถัดไป แต่ในกรณีส่งข้ามจังหวัดอื่นๆ ได้รับ 2 วันทำการ (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทั้งสองแบบเลยจ้า)

- ราคา เริ่มต้นที่ 35 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 061-012-4888 (กรณียังไม่ได้ของ สามารถสอบถามได้ทางเว็บไซต์หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 086-3039620, 061-0124888, 086-3668467, 097-2364180 )








9.Flash Express

  บริษัทธุรกิจรับจัดส่งสินค้าและพัสดุภายในประเทศ ในปัจจุบันมียอดการจัดส่งมากมายนับแสนต่อวัน บริการมีคุณภาพ ใส่ใจในเรื่องของความรวดเร็ว รับประกันความปลอดภัยของสินค้าทุกขั้นตอนและราคาย่อมเยา

- การจัดส่ง 1-2 วัน ส่วนต่างจังหวัด 1-3 วันทำการ

- ราคา เริ่มต้นที่ 25 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 02-168-2111








10.Nim Express

   บริษัทที่ให้บริการด้านการกระจายสินค้าด่วนทั่วประเทศ ผู้ส่งสามารถติดตามสินค้าได้ตลอดเวลาจนถึงมือผู้รับ นอกจากนี้ยังมีบริการคลังสินค้าบนทำเลทอง บริการจัดการคลังสินค้าครบวงจร รวมไปถึงจุดบริการรับสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และครอบคลุมการส่งไปยังประเทศลาว (เมืองเวียงจัทน์) และประเทศกัมพูชา (เมืองพนมเปญ) อีกด้วย

- การจัดส่ง สามารถคำนวนได้ที่เว็บไซต์

- ราคา ตามปริมาตรและน้ำหนักสินค้าตามระบบราคามาตรฐาน

- ช่องทางการติดต่อ 02-096-3333








11.Alpha Fast


   จัดส่งพัสดุทั่วไทยและรวดเร็วทันใจ เช่น ส่งวันนี้พรุ่งนี้ได้รับพร้อมรับประกัน ถ้าการจัดส่งไม่สำเร็จทางบริษัทไม่คิดเงิน รวมทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลและยังสามารถเก็บเงินปลายทางได้อีกด้วย ให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

- การจัดส่ง 1 วันทำการ

- ราคา เริ่มต้นที่ 35 บาท

- โปรโมชั่น ตอนนี้มีโปรส่งพัสดุฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.alphafast.com/alphaad5/promotion/

- ช่องทางการติดต่อ 02-290-2800








12.Speed-D

  เกิดจากความร่วมมือระหว่าง CP ALL และ บริษัท ไดนามิค ลอจิสติกส์ จำกัด ที่เปิดให้บริการรับ-ส่งพัสดุที่ 7- Eleven รับ-ส่ง พัสดุด่วน 24 ชั่วโมง กว่า 13,000 สาขา ซึ่งผู้ใช้บริการทุกท่านสามารถเลือกระบุปลายทางที่ต้องการรับพัสดุได้ตามต้องการ สะดวกสบาย ปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยให้บริการภายในประเทศ

- การจัดส่ง 3-7 วัน

- ราคา เริ่มต้นที่ 35 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 080-721-1246








13.Ninja Van

  ผู้ให้บริการขนส่งโดยกำหนดจุดรับ-ส่งได้ตามต้องการหรือเลือกที่จะส่งพัสดุด้วยตัวเองที่หน้าร้านก็ได้ ตอบโจทย์ทุกงบประมาณการขนส่ง เลือกประเภทการส่งได้ทั้ง ส่งถึงวันถัดไป ส่งด่วนและแบบปกติ เก็บเงินปลายทางได้ทุกที่ โดยให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

- การจัดส่ง 1 วัน ต่างจังหวัด 1-3 วัน

- ราคา เริ่มต้นที่ 35 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 02-026-1499 (กรณีการจัดส่งสำเร็จแต่ยังไม่ได้รับพัสดุ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์)








14.Dpxlogistics

   บริษัทผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ โดยครอบคลุมการขนส่งด่วนทางอากาศระหว่างประเทศทั่วโลกผ่านตัวแทนขนส่งมาตรฐานระดับโลก มีทั้ง

1.บริการส่งของไปต่างประเทศ

2.บริการนำเข้าและเคลียร์สินค้าจากต่างประเทศ

3.บริการส่งของด่วนภายในประเทศ

4.บริการจัดส่งสินค้าที่เป็นวัตถุอันตรายระหว่างประเทศ

5.บริการโลจิสติกส์ครบวงจรสำหรับลูกค้า e-commerce

- การจัดส่ง 1-3 วัน

- ราคา สามารถคำนวณได้ที่เว็บไซต์

- ช่องทางการติดต่อ 02-278-2900








15.Niko’s Logistics

  บริการด้านการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรให้บริการส่งของในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ การจัดเก็บ ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง จัดส่งสินค้าและวางแผนการตลาด โดยตอบรับกับธุรกิจ SMEs และช้อปปิ้งออนไลน์ ที่เน้นความรวดเร็ว ยืดหยุ่นเวลารับสินค้าได้

- ราคา เริ่มต้นที่ 45 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 02-277-8807








16.DHL Ecommerce
   บริการจัดส่งพัสดุต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและระหว่างประเทศ บริการจัดส่งข้ามเขตแดนครอบคลุมมากกว่า 220 ประเทศ สำหรับลูกค้าธุรกิจ

- การจัดส่ง 1 วัน แต่สำหรับพื้นที่ห่างไกล 2-3 วันทำการ

- ราคา มีรูปแบบการให้บริการ บริการชำระเงินปลายทางที่น่าเชื่อถือและการคืนเงินค่าสินค้าที่รวดเร็ว

- ช่องทางการติดต่อ 02-029-0999








17.TNT

  เครือข่ายขนส่งทางบกที่รวดเร็วและครอบคลุมตลอดทั้งยุโรป นำเสนอบริการขนส่งที่หลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของลูกค้าและขยายการเข้าถึง เชื่อมต่อสู่ยุโรปด้วยเครือข่ายการขนส่งทางบกมากกว่า 55,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยจัดส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

- การจัดส่ง 1-2 วัน

- ราคา เริ่มต้นที่ 25 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 1721








18.Skootar

  ถือเป็นอีกหนึ่งการขนส่งที่ใช้งานง่าย เรียกผ่านเว็บหรือแอปในโทรศัพท์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย โดยผู้จัดส่งสินค้าได้รับการอบรม ตรวจประวัติ ก่อนทำงาน มีประกัน 2,000 บาท พื้นที่ให้บริการเข้ารับเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล

- การจัดส่ง 1 วัน

- ราคา เริ่มต้น 70 บาท

- โปรโมชั่น มีโปรส่วนลดทันที 50 บาท 2 ครั้งสำหรับผู้ใช้งาน ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63 นี้

- ช่องทางการติดต่อ 02-105-4429








19.Lalamove

  บริษัทขนส่งอีกหนึ่งแห่งที่มีทีมงามดูแลและให้คำปรึกษาโดยเฉพาะกับลูกค้า การบริการรวดเร็วทันใจ สามารถเรียกใช้บริการได้ทันทีหรือจะเรียกล่วงหน้าก็ได้ ไว้ใจได้ ครอบคลุมทุกงานขนส่งเลยจ้า พร้อมให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

- การจัดส่ง 1 วัน

- ราคา เริ่มต้น 48 บาท

- โปรโมชั่น มีโปร รับส่วนลดโดย Lalamove โปรโมชั่น + จัดส่งฟรี ถึงวันที่ 30 มี.ค. 63 และโปรอื่นๆ โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thehudgroup.org/shop/lalamove

- ช่องทางการติดต่อ 02-029-1494








20.IT TRANSPORT

  บริษัทขนส่งสินค้าที่ให้บริการขนส่ง อาทิ อุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องมือทางการแพทย์ แบตเตอรี่รถยนต์ ฯลฯ โดยให้บริการภายในประเทศ

- ราคา เริ่มต้น 50 บาท

- ช่องทางการติดต่อ 02-191-1101 ถึง 4 (หากสินค้าไม่ถึงผู้รับสินค้าให้ผู้ส่งสินค้าติดต่อบริษัทภายใน 7 วัน)

วันนี้เราจัดที่ส่งของมาให้ทุกคนแบบจุกๆ เลยจ้า สำหรับใครที่กำลังทำธุรกิจออนไลน์ ต้องจัดส่งของอยู่บ่อยๆ หรือสำหรับใครที่ส่งของแบบทั่วๆ ไป ยังไงก็อย่าลืมเซฟข้อมูลเหล่านี้เก็บไว้ดูกันนะคะ เผื่อเป็นประโยชน์ได้จ้า





ปันโปรสรุปให้



-ในปัจจุบันการส่งของ มีโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย ยังไงก่อนการส่ง อาจลองเช็กโปรดูก่อน ก็ถือเป็นการช่วยเซฟเงินได้กระเป๋าได้น้า

-ที่ส่งของในปัจจุบันมีหลายแห่ง อาจลองเลือกเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ให้แน่ชัด เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อการส่งมากที่สุดจ้า
3
Teen Zone / Home Mega Show รวมอุปกรณ์ซ่อมบ้าน เริ่มต้น 20.-
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ พฤ. 16 ม.ค. 2020 เวลา 10:28:50 »


Home Mega Show
รวมอุปกรณ์ซ่อมบ้าน เริ่มต้น 20.-


เย้ๆ ตอนรับศักราชใหม่ พร้อมความยิ่งใหญ่
ด้วยโปรสุดเริ่ด ที่พลาดไม่ได้



3 ข้อต้องรู้


ตอนรับต้นปี กับงาน Home Mega Show ที่ยกขบวนพาเหรดสินค้า
เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์สุขภัณฑ์ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ขนมาลดกันแบบจุกๆ

-ส่วนสินค้า ลดราคา เขาก็จัดหนักจัดเต็มแบบสุดๆ ทั้งสินค้า โปรโมชั่น  1 แถม 1 หรือสินค้าราคาพิเศษที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น!

-พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตที่ร่วมรายการรับฟรีของสมนาคุณ
ไม่หมดแค่นั้น...ยังสามารถรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 12% ไปเลย ห้ามพลาดน้า~

วันนี้ - 19 มกราคม 2563
อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 10







ไขควงตอก เพียง 300.- เท่านั้น







promotion คุ้มสุดๆ สำหรับอะไหล่ในห้องน้ำ ชิ้นละ 100.-
ซื้อ 2 แถม 1









กุญแจใส่รหัสได้ เหมาะสำหรับล็อคกระเป๋าเดินทาง
ชิ้นละ 120.-









กระเบื้อง เริ่มต้น ต.ร.ม. ละ 750.-







ชุดสุดคุ้มจาก Solex 1,500.-







ตลับเมตร มีติดบ้านไว้ก็ดีนะ
ชิ้นละ 50.-








ใครไม่ควง แต่ไขควงนะ แฮ่!
ชิ้นละ 70.-








ราคาดีงามม 99.- เท่านั้น







ฝาชักโครกก็มีนะ เริ่มต้น 249.-







ไม้ถูพื้นเอยอะไรเอย บอกได้ว่ามีครบจ้าแม่ ~







ที่ดูดฝุ่นและเป่าลม เริ่มต้น 670.-







เครื่องตัดเหล็ก 3,100.-







ปลั๊กสามตา ชิ้นละ 449.-
ซื้อ 1 แถม 1








เครื่องตัดหญ้าไซซ์ใหญ่ก็มีนะ








บ้านเก็บของ 24,500.-








โคมไฟต่างๆ เริ่มต้น 69.-








กล้องวงจรปิด ลดราคา สุดๆไปเลย
1,990.- เหลือ 990.- เองนะ









ปลั๊กอัจฉริยะ สั่งงานได้ผ่าน wifi
ราคา 990.- ซื้อ 1 แถม 1









ตู้อาบน้ำแบบเหลี่ยม 4,990.-








หลอดไฟ 12 วัตต์ ราคา 119.-
ซื้อ 1 แถม 1


4
Teen Zone / 5 Big Events ต้นปีนี้ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ (ในกรุงเทพ)
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ พ. 15 ม.ค. 2020 เวลา 16:17:20 »


5 Big Events ต้นปีนี้ที่
เซ็นทรัลเวิลด์ (ในกรุงเทพ)

ช่วงมกราคม - มีนาคมนี้







bangkok motorbike festival 2020

 
ที่สุดแห่งงานจัดแสดงรถจักรยานยนต์ที่ไม่เป็นรองงานไหนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวบรวมจัดแสดงทั้งรถจักรยานยนต์ Big Bike , รถมอเตอร์ไซด์ขนาดกลาง ทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ อัดแน่นไปด้วยค่ายมอเตอร์ไซค์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Benelli, BMW, Cup House by AP Honda, ETRAN, Edison Motors, Ducati, Harley-Davidson, Indian, Kawasaki, MV Agusta, Royal Enfield, Triumph, Victory, Yamaha และ Zero Engineering โดยในงานมีการประกวด Bangkok Custom Bike Competition ครั้งที่ 3 เตรียมพบกับเทศกาลเพื่อคนรักมอเตอร์ไซค์ยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ 
ระหว่างวันที่ 15-19 มกราคม 2563









Wongnai Bangkok Food Festival 2020

 
“Wongnai Bangkok Food Festival 2020” สุดยอดเทศกาลอาหารที่รวมร้านอาหารจานเด็ดทั่วไทยมาไว้งานเดียว! สายกินตัวจริงต้องห้ามพลาด และพบกับอีเวนต์ภายในงานที่มอบทั้งความสุขและความอิ่มอร่อยที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร! ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์  ระหว่างวันที่ 22-26 มกราคม 2563










Japan Expo Thailand 2020


พร้อมตื่นตา! ตื่นใจ! ไปกับ Japan Expo Thailand 2020  ที่จะเนรมิตพื้นที่ทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมอัดแน่นความบันเทิงจากศิลปินญี่ปุ่น แอนิเมชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร บันเทิง แฟชั่น การท่องเที่ยว การศึกษา เทคโนโลยี และการเจรจาธุรกิจ ซึ่งตอบโจทย์ความสนใจของผู้ที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นทุกรูปแบบ ภายใต้ธีม TOGETHER WE ARE ONE..รวมกันคือหนึ่งเดียวแล้วพบกัน  ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์  ระหว่างวันที่ 31มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2563









PUNPRO “ FAT FUN FIT “ 2020

งานอาหารที่กินสนุกสุด!! ของ "ปันโปร FAT FUN FIT” สุดยอดงานอาหารจากเพจดัง
ที่จะรวบรวมทั้งอาหารอร่อยจากหลายร้านดัง พร้อมด้วยเมนูสุดพิเศษ “ ไซส์ XL “ของแต่ละร้าน
รับรองว่าจะหาจากที่ไหนไม่ได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น พร้อมทั้งอีเวนต์ที่อัดแน่นไปด้วย FAT FUN FIT เต็มที่ทั้งความอิ่ม สนุก ฟิน ที่จะทำให้คุณรู้สึกผิดที่ต้องกินเยอะน้อยลง ในงานพบกับการโชว์ทำอาหารจากเชฟชื่อดัง และโชว์มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน อาทิเช่น นนท์ ธนนท์  , กัน นภัทร , The Parkinson , Season Five
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์  ระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์ 2563









LINE MARKET FEST 2020

ยกระดับการขายของแบบมันส์ๆและการช้อปปิ้งให้ล้ำไปอีก!
พบกับ LINE MARKET FEST ณ ใจกลางเมือง centralwOrld
ในวันที่ 28 ก.พ. - 1 มี.ค. 2563



5
Teen Zone / แชร์ทริคลบไฟล์ขยะใน LINE แบบข้อมูลไม่หาย!!
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ พ. 15 ม.ค. 2020 เวลา 10:28:31 »

มือถือชั้นต้องไม่อ๊อง

ใครรู้สึกว่าเครื่องช้า
เพราะมีพวกไฟล์ที่โหลดเข้ามาแบบไม่จำเป็น
พี่ โปร มาแชร์ทริคเคลียร์พื้นที่โทรศัพท์ให้มากขึ้น
คืนพื้นที่ได้เพียบบบบ!

เริ่มจากลบไฟล์ขยะ (Cache) ในแอป LINE ก่อนเลยจ้า
งานนี้ทำได้ทั้ง iOS และ Android เลยนะ
อ้อ ที่สำคัญข้อมูลแชทไม่หาย หมดห่วง~

ไหนใครมีแอปไหนลบไฟล์ขยะได้อีกป้ายยาหน่อย















ขอบคุณข้อมูลจากเพจปันโปร
เพจแจ้ง promotion และสินค้า ลดราคา
6
Teen Zone / 3 เทคนิคลง Skincare แบบไหนให้ได้ผลที่สุด!
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ อ. 14 ม.ค. 2020 เวลา 16:24:56 »


บทความนี้ จะทำให้คุณเป็นตัวแม่ในด้านผิวสวยได้ใน 3 นาที

How To หน้าใส ผิวดี พี่โปร จะพิมพ์ให้อ่านกัน !


รู้หรือไม่ !!


-ถ้าผิวไม่สะอาด ต่อให้ลงสกินแคร์ระดับเทพแค่ไหน ผิวก็ไม่ดีเท่าที่ควรนะจ๊ะ 

-สกินแคร์แพงก็ไม่ได้การันตีว่ามันจะดีสำหรับเรา

-เวลาลงสกินแคร์ให้ลงแบบเบามือ ไม่ต้องตบ ไม่ต้องนวดแรงๆ เพราะผิวเราบอบบางนะจ๊ะซิสจ๋า


  ขอเสียงคนที่ลงสกินแคร์มากกว่า 5 ตัวหน่อยค่ะซิส!! และถ้าซิสเป็นหนึ่งนั้นก็คงจะมีปัญหาคาใจว่า เอ๊ะ.. นี่ชั้นต้องลงตัวไหนก่อน - หลังอยู่ใช่มะ อ่ะ..เลิกงงค่ะ เพราะมีทิปส์การลงสกินแคร์มาแชร์ให้อ่านกัน อย่ารอช้า ไถอ่านได้เลยค่ะ




1. คลีนผิวให้สะอาดก่อนลงสกินแคร์ทุกครั้ง





  ไม่ว่าจะตอนกลางวันหรือกลางคืน เพราะการล้างหน้าถือเป็นการดูดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนในระดับนึง ก่อนที่เราจะบำรุงผิวด้วยสกินแคร์อื่นๆ ต่อไป พึงระลึกไว้เสมอนะคะซิสว่า ถ้าผิวเราไม่สะอาดต่อให้อัดสกินแคร์ดีๆ ลงไปยังไง มันก็ไม่ซึมเข้าผิวนาจาาา




2. เรียงลำดับจากเนื้อเหลวไปยังเนื้อแน่นๆ





   พูดแบบให้เข้าใจง่ายๆ คือ ถ้าเราทาตัวที่เนื้อแน่นๆ ลงไปก่อนเนื้อเหลว ก็เหมือนเป็นการปิดกั้นการซึมเข้าผิวของพวกเนื้อเหลวๆ ได้ยากขึ้น เพราะฉะนั้นต้องลงตัวที่เราคิดว่าน่าจะซึมเข้าผิวได้ง่ายและไวกว่าลงไปก่อนจ้า *แต่ถ้าเป็นเนื้อออยล์ แนะนำว่าให้ลงหลังที่เป็นเนื้อเหลวได้เลยเพราะน้ำจะเป็นตัวนำพาให้ออยล์ซึมเข้าผิวได้เร็วขึ้น*





3. ลงสกินแคร์ที่ใช้เฉพาะจุดก่อน





  สำหรับใครที่มีปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น สิว รอยสิว หรือรอยดำรอยแดงต่างๆ แนะนำว่าใช้ใช้สกินแคร์เฉพาะจุดหลังจากโทนเนอร์ได้เลย เพราะว่าจะได้มีประสิทธิภาพแบบตรงจุดแบบเจาะจงไปเลยนั่นเองจ้า หลังจากนั้นก็ค่อยลงสกินแคร์ตามปกติได้เลยค่า


  แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีกฎตามตัวว่าต้องลงแบบไหน เวลาไหนหรือลงยังไงแล้วจะถูกต้อง เพราะมันไม่มีถูกผิด! แต่แค่การลงสกินแคร์ให้ถูกลำดับขั้นตอน ก็จะช่วยให้สกินแคร์ซึมเข้าสู่ผิวและเข้าไปบำรุงผิวของได้ดีมากขึ้นนั่นเองจ้า
7
Teen Zone / ตกเครื่อง ไปไม่ทัน ทำไงดี? เรามีคำตอบ!
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ อ. 14 ม.ค. 2020 เวลา 09:49:47 »


‘ตกเครื่อง’ เหตุการณ์ที่นักเดินทางทั้งหลายไม่อยากให้เกิด
แต่เมื่อเกิดแล้วเราจะรับมือยังไง?
จะต้องทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?

วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว!


   พี่ โปร เชื่อว่าหลายคนในที่นี้คงเคยผ่านประสบการณ์ไปขึ้นเครื่องไม่ทันกันมาบ้างแล้ว หรือบางคนแค่เกือบๆ แต่กลับเอาตัวรอดมาได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือบุญเก่าที่สั่งสมมา ถ้าเพื่อนๆ คนไหนยังไม่เคยผ่านประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นนี้อาจจะต้องมีการเตรียมตัว เตรียมใจกันไว้บ้าง เพราะนอกจากวางแผนการเดินทางแล้ว เราจะต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นอีก งานนี้บอกเลย.. ใครพร้อมกว่าคนนั้นสบาย~




เมื่อพูดถึงปัญหาที่มักจะพบระหว่างการเดินทางทุกคนจะนึกถึงปัญหาอะไรกันบ้าง?

-เจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ

-ของและเอกสารสำคัญหาย เช่น พาสปอร์ต

-การไปไม่ทันนัดหมาย โดยมีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของตัวเองรวมถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น รถติด พายุเข้า หิมะถล่ม ฯลฯ

    ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการเดินทางได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินทางไปสนามบินไม่ทัน ส่งผลทำให้ตกเครื่อง ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเราประสบกับปัญหานี้ขึ้นมา จะต้องทำยังไงต่อไป มาดูกัน!





   ขึ้นเครื่องไม่ทัน ปัญหาที่คนมักจะเจอกับการเดินทางทั้งขาไปและขากลับ (หรือในที่นี้มีใครเคยขึ้นเครื่องไม่ทันทั้งสองรอบเลยบ้าง ไหนแสดงตัวหน่อยซิ) ซึ่งสาเหตุของการไปขึ้นเครื่องไม่ทันนั้นพี่ promotion ก็มีตั้งแต่ ปัญหาเรื่องของการจราจรที่ล้าช้า ดูเวลาขึ้นเครื่องผิดเลยทำให้ไปไม่ทัน ไม่เผื่อเวลาในการเช็กอิน โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต้องต่อเครื่องนั้นยิ่งต้องดูให้ดี เพราะเวลาในท้องถิ่นนั้นอาจไม่ตรงกันเลยทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ หรือแม้แต่การเปลี่ยนสถานที่เช็กอินกะทันหัน ไปผิดสนามบิน รวมไปถึงหนังสือเดินทางหายหรือชำรุด


วิธีปฏิบัติเมื่อตกเครื่อง

    ตกเครื่องแล้วก็ไม่ต้องโวยวาย เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรที่เกิดขึ้นแล้วได้ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือต้องรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น ส่วนวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อตกเครื่องบินจะเป็นยังไง มาดูกัน!

 

    1. ทำใจร่มๆ เมื่อรู้ตัวว่าตกเครื่อง

    ข้อแรกนี้สำคัญที่สุดเลยจ้ะ สติต้องมาก่อนเป็นอันดับหนึ่ง เชื่อเราเถอะต่อให้สถานการณ์มันจะแย่สักแค่ไหน แต่ถ้าเราสามารถควบคุมอารมณ์และการแสดงออกของตัวเองได้ รับรองว่าทุกอย่างจะง่ายขึ้นเยอะ



    2. ติดต่อสายการบินทันที

    โดยเจ้าหน้าที่สายการบินจะสอบถามถึงสาเหตุว่าทำไมเราถึงตกเครื่อง  ซึ่งกรณีนี้เราสามารถอธิบายพร้อมกับให้เหตุผลประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เลย พยายามเน้นเหตุผลให้มากๆ ถ้าอ้างว่าตื่นสายมาไม่ทัน อันนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะจ๊ะ

    แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการของสายการบินว่าจะมีการรับมือกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้ยังไง บางสายการบิน (ส่วนมากจะเป็นฟูลเซอร์วิส) จะมีการชดเชยหรือให้สิทธิประโยชน์ในการออกตั๋วใหม่ให้ แต่ถ้าเป็นตั๋วช่วง โปรโมชั่น หรือสายการบินโลว์คอร์สอาจจะไม่ได้ร่วมตรงนี้ด้วย เอาเป็นว่าพยายามควรตรวจสอบข้อมูลก่อนทุกครั้งน้าา

    และหลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการออกตั๋วใหม่ โดยที่เจ้าหน้าที่จะเสนอเที่ยวบินที่เร็วที่สุดมาให้เรา (ตรงนี้ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าการซื้อแบบปกติ) หรือถ้าไม่โอเคยังไงลองสอบถามหรือขอคำแนะนำจากพี่ๆ สายการบินได้เลย แต่บอกก่อนว่าไม่ใช่ทุกสายการบินนะที่สามารถออกตั๋วใหม่ให้เราได้ อันนี้ต้องเช็กดูกันอีกทีเด้ออ



    3. ได้ตั๋วใหม่…ก็ต้องเริ่มต้นใหม่

    หลังจากเคลียร์กับทางสายการบินจนได้ตั๋วใหม่เป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือเราต้องดำเนินการทุกอย่างตั้งแต่ต้น ดังนั้นเผื่อเวลาดีๆ เพราะการได้บินเร็วอาจจะทำให้เราต้องทำทุกอย่างเร็วตามไปด้วย ถ้าไม่ได้รีบมากแนะนำว่าให้เวลากับตรงนี้เยอะๆ เลยน่าจะดีกว่า





วิธีการป้องกันการตกเครื่อง


    1. ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางอย่างละเอียด

    ในส่วนนี้หมายถึงข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่วันและเวลาที่เครื่องจะออก เกต สนามบิน รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ อาทิ พาสปอร์ต แพลนการเดินทาง ใบจองที่พัก ในกรณีที่เดินทางไปต่างประเทศแนะนำให้เตรียมแลกเงินมาให้พร้อม ถ้ายังไม่ได้แลกก็ควรที่จะต้องเผื่อเวลาให้มากกว่าเดิมไปอีก



    2. ไปถึงสนามบินล่วงหน้า

    ซึ่งล่วงหน้าในที่นี้ไม่ใช่แค่ 1 ชั่วโมงนะ ยิ่งถ้าเราไม่คุ้นชินกับการเดินทาง หรือเป็นคนหลงๆ ลืมๆ ทำอะไรต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อันนี้แนะนำให้เผื่อเวลาให้มากๆ สัก 3-4 ชั่วโมงไปเลยยิ่งดี หรือถ้าใครเดินทางช่วงเทศกาล คนจะยิ่งเยอะกว่าปกติ แถวเช็กอินอาจจะยาวเหยียด ดังนั้นเราจะเสียเวลากับตรงนี้ไปมาก ถ้ามีเวลาเหลือเฟือก็อุ่นใจ



    3. หรือจะเช็กอินล่วงหน้ามาก่อนก็ดีนะ

    อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าบางสายการบินสามารถให้ผู้โดยสารเช็กอินล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ตได้สูงสุดถึง 14 วัน! (แต่เราต้องมั่นใจจริงๆ ว่าจะไม่ลืม) ตรงนี้เราแนะนำให้เช็กอินล่วงหน้าสัก 1-2 วันน่าจะกำลังดี จะได้ไม่ต้องมายืนรอต่อแถวหน้างาน มาถึงสนามบินก็เดินเข้าไปเก๋ๆ ได้เลย



    4. เช็กน้ำหนักกระเป๋าให้ดี

    ถ้าน้ำหนักเกินขึ้นมา ก็ทำให้เสียเวลาได้เหมือนกัน เพราะเราจะต้องมานั่งตัดสินใจ จะตัดน้องคนไหนออกดีน้าา บางคนรักพี่เสียดายน้องทำให้ใช้เวลาค่อนข้างมาก แนะนำให้ศึกษากฏระเบียบของสายการบินให้ดีๆ อะไรพกได้ พกไม่ได้ ไม่งั้นเราอาจจะเสียเวลาจัดการกับปัญหาตรงนี้อยู่นานกันเลย



    5. เช็กความปลอดภัยของเอกสารสำคัญให้ดีๆ

    ยกตัวอย่างเช่น Boarding Pass เพราะถ้าเกิดหล่นหายขึ้นมา อาจจะทำให้ต้องเสียเวลาออกใหม่กันอีกรอบ ยิ่งถ้าเวลามีจำกัด นี่แหละที่จะทำให้ตกเครื่องได้ ดังนั้นเก็บรักษาของดีๆ รักษาเวลา และตรวจสอบข้อมูลก่อนการเดินทางทุกครั้ง แค่นี้ปัญหาก็ไม่เกิดแล้วจ้าา





ข้อควรรู้เพิ่มเติม

ซื้อตั๋วเครื่องบินที่หน้าเคาน์เตอร์กับซื้อผ่านออนไลน์ราคาต่างกันมากไหม?

    โดยปกติแล้วการซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์ในสนามบินมักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของนักเดินทางคือถ้าไม่ฉุกละหุก หรือไม่มีทางเลือกจริงๆ คงจะไม่ใช้วิธีนี้ เพราะตั๋วจะมีราคาต่างจากที่เราเห็นบนหน้าเว็บไซต์ค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นคือเป็นหลักพันเชียวนะ ซึ่งถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ก็คงต้องจำใจยอมรับเงื่อนไขนี้ เพราะคงจะไม่มีอะไรดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว ดังนั้นอย่าตกเครื่องกันเลยนะ ถือว่าขอล่ะ



เงินชดเชยนั้นจะได้ทุกกรณีเลยไหม?


    อันนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการตกเครื่องของเราว่าเกิดมาจากอะไร ถ้าเกิดมาจากเราที่มาไม่ทันเอง อันนี้ทางสายการบินอาจจะไม่ได้มีการชดเชยให้ แต่ถ้าเป็นปัญหาที่มาจากตัวของสายการบิน เช่น เกิดปัญหาจากเที่ยวบินต้นทาง หรือเกิดปัญหาการขัดข้องทางระบบ ตรงนี้สายการบินสามารถมอบเงินชดเชยให้เราได้ตามข้อกำหนดของสายการบิน



ข้อแตกต่างระหว่างสายการบินฟูลเซอร์วิสกับโลว์คอร์ส

    สายการบินฟูลเซอร์วิส คือสายการบินที่ครอบคลุมการบริการทุกรูปแบบโดยที่เราไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (จ่ายรอบเดียวคือจบ ครบ ทุกอย่าง)  ซึ่งใครที่คิดว่าฟูลเซอร์วิสแล้วคือฟูลเลย จะบอกว่าไม่ใช่อย่างนั้น เพราะสายการบินฟูลเซอร์วิสสามารถแบ่งแยกออกเป็นดาว คล้ายกับโรงแรมเลย โดยจะมีตั้งแต่ 1-5 ดาว (อันนี้ต้องดูมาตรการของแต่ละสายการบินอีกที)

    ข้อได้เปรียบของสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสนี้คือ จะมีมาตรการการรองรับกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ ได้ดีกว่า ยิ่งถ้ามีดาวมากๆ อย่าง 5 ดาวนั้นคือเราแทบจะไม่ต้องทำอะไร เพราะสายการบินได้ทำการดูแลเราอย่างดีเท่าที่จะดีได้แล้ว





  สายการบินโลว์คอร์ส  ข้อดีคือ  ลดราคา ราคาตั๋วแบบถูกมาก มีราคาจั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน ซึ่งทำให้เราประหยัดในการเดินทางไปได้เยอะ เอาเงินส่วนต่างไปเป็นค่าเที่ยวค่าช็อปปิ้งได้อีกแต่เห็นถูกๆ แบบนี้เค้ายังไม่รวมอาหาร น้ำหนักกระเป๋า และค่าบริการอื่นๆ นะ อันนี้เราอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเอาเอง

    ข้อเสียเปรียบคือ เวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ทางสายการบินอาจจะมีการรองรับที่ไม่ได้เต็มที่เหมือนอย่างฟูลเซอร์วิส จะทำได้เท่าที่อยู่ในขอบเขตของการให้บริการเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือกบินกับสายการบินอะไร แนะนำว่าให้ลองศึกษาข้อมูล รวมถึงขอบเขตการให้บริการของสายการบินนั้นๆ ก่อนน่าจะดีกว่าน้าา





 นอกจากปัญหาในเรื่องของการขึ้นเครื่องไม่ทันแล้ว ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางที่รอให้พวกเราทุกคนไปสัมผัสกันอีกเพียบ หนึ่งในนั้นก็จะมีในส่วนของการทำของสำคัญหาย อาทิ พาสปอร์ต สำหรับใครที่อยากเรียนรู้วิธีการรับมือเวลาพาสปอร์ตหายระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ แอดแนะนำให้เข้าไปอ่านต่อที่นี่เลยจ้าา



ปันโปรสรุปให้

-ไม่ใช่แค่การตกเครื่องบินหรอกนะ แต่นักเดินทางอย่างเราสามารถเจอปัญหาได้ทุกรูปแบบ แต่ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่าเป็นสาเหตุที่คนมักจะเจอกันได้บ่อยที่สุด ดังนั้นใครที่ไม่เคยเจอก็ต้องศึกษาเอาไว้น้าา

-ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยกันเราออกจากการขึ้นเครื่องไม่ทันมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของความรอบคอบและการเผื่อเวลา ดังนั้นสายเที่ยวทั้งหลายจ๋าาา อย่ามองข้ามเรื่องนี้กันเลยนะ



8
Teen Zone / เปิดลิสต์ ที่เที่ยวโดนๆ ต้อนรับเดือนแรกของปี
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ จ. 13 ม.ค. 2020 เวลา 11:10:43 »


ไป ไป ไป ได้เวลาออกเดินทาง
เก็บกระเป๋า แล้วออกไปเที่ยวกานนนเถอะ


   เชื่อได้ว่าหลายคนชอบไปเที่ยวหลังเทศกาลเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาคนเยอะและการจราจรที่แออัด และหากใครที่มีแพลนเดินทางในช่วงเดือน ม.ค. เพื่อเป็นของขวัญในช่วงต้นปีมารวมกันตรงนี้เลย เพราะพี่ โปร ได้รวมที่เที่ยวเด็ดๆ คัดเน้นๆ แบบจัดเต็มถึง 20 ที่มาฝากกัน ว่าแต่จะมีที่ไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลยจ้า


ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว เราไปกันเลยยยยย




1.สวนดอกไม้ปทุมเจดีย์ จ.ปทุมธานี

   เป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่คนนิยมไปเพราะบรรยากาศในสวนเต็มไปด้วยดอกเบญจมาศ มีสีสันสวยงาม บานอร่ามเต็มทั่วพื้นที่ ซึ่งหากใครต้องการรูปสวยๆ ไว้อวดเพื่อนละก็ แอดขอแนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ เพราะแสงสวยมากจ้า

ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า

เวลาเปิด : 08.00 - 17.00 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน






2.ภูกะเหรี่ยง นครนายก

แหล่งเรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ ที่ขายของทางการเกษตรและหัตถกรรม ตั้งอยู่บนพื้นที่ 50 ไร่ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สะพานไม้ยาวกลางทุ่ง ซึ่งสามารถเดินเล่นกินลมชมวิว ถ่ายรูปกันได้แบบเพลินๆ รับรองได้รูปสวยๆ แน่นอน

ค่าเข้าชม :  49 บาท

เวลาเปิด : 08.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด : วันเสาร์ - วันอาทิตย์






3.ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม

สถานที่อีกหนึ่งแห่งที่คนชอบถ่ายรูปต้องไม่พลาด เพราะตลอดแนวถนนเต็มไปด้วยดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่บานสะพรั่ง ให้ความรู้สึกที่โรแมนติก สวยงาม เหมือนอยู่ประเทศญี่ปุ่นแบบสุดๆ ดีต่อใจมากแม่ และหากใครที่อยากไปต้องรีบๆ กันหน่อยน้า เพราะดอกไม้ในรุ่นแรกจะบานในช่วงวันที่ 5 - 12 ม.ค. นี้เท่านั้นจ้า






4.ทุ่งทานตะวัน จ.นครปฐม

จุดเช็กอินอีกหนึ่งแห่งที่ต้องไม่พลาด บริเวณนี้เป็นส่วนของหน้าวัดสี่แยกเจริญพร มีต้นทานตะวันกว่า 60,000 ต้น บนพื้นที่ 4 ไร่ มีมุมสวยๆ ให้เราได้ถ่ายรูปกันอย่างมากมาย และหลังจากสวยชมดอกไม้เสร็จแล้ว อย่าลืมแวะทำบุญ ไหว้พระ ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับเดือนแรกของปีด้วยน้า

ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า

วันที่เปิด : วันนี้ถึงประมาณกลาง เดือนม.ค. 63






5.แสงตะวันฟาร์ม เมล่อนสาย 4

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งสไตล์ธรรมชาติมี ทั้งสวน น้ำตกและลำธาร พร้อมมีมุมนั่งเล่นเพลินๆ ให้ถ่ายรูปเพียบ ส่วนเมนูอาหารก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งไทยและเทศ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เราไม่ควรพลาดเลยก็คือ เมนูเมล่อนต่างๆ ที่ทางฟาร์มปลูกเองแถมยังให้เข้าชมได้อีกด้วย สาวกเมล่อนต้องไม่พลาดนะจ๊ะงานนี้

เวลาเปิด : 10.00 - 19.00 น.

วันที่เปิด : ร้านเปิดบริการทุกวันยกเว้นวันพุธจ้า





6.ทุ่งดอกคอสมอส จ.ลพบุรี

จุดเช็กอินยอดนิยมอีกหนึ่งแห่ง ทุ่งดอกคอสมอสและดอกดาวกระจายสีเหลืองที่บานสะพรั่งเต็มทั่วพื้นที่กว่า 2 ไร่ บริเวณหลังร้านกะเพรา & coffee พร้อมข้างหลังโอบล้อมด้วยภูเขาจีนแล และมีสะพานทอดยาวให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่น ถ่ายรูปและสัมผัสกับบรรยากาศสุดธรรมชาติแบบเพลินๆ ซึ่งหากใครที่ไปในช่วงเดือนมกราคม เป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมาก สบายๆ บอกเลยว่ากดชัตเตอร์กล้องรัวๆ ได้ทั้งวันเลยจ้า

ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า

เวลาเปิด : 07.00 - 18.00 น

วันที่เปิด :สามารถเข้าชมได้ทุกวัน






7.ทุ่งทานตะวัน เขาจีนแล จ.ลพบุรี

เป็นทุ่งทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,400 ไร่ ฉากหลังเป็นเขาจีนแล ถ้าใครอยากได้รูปสวยๆ ต้องไปช่วงเวลา 08.00-11.00 น. เพราะแสงจะดีมากๆ จ้า ซึ่งหากใครที่ถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมไปช้อปปิ้งกับมุมของฝากพร้อมทานอาหารอร่อยๆ กันด้วยน้า

ค่าเข้าชม : ค่าบัตร 20 บาทสำหรับคนที่ต้องการนั่งรถรางจ้า

เวลาเปิด : 08.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด :  สามารถเข้าชมได้ทุกวันจ้า






8.ตลาดเช้ายันค่ำ จ.สระบุรี

ภายในตลาดมีของกินมากมายพร้อมด้วยสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมาขายให้เราได้เลือกช้อปกันอย่างเพลินๆ พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ กับสวนหุ่นฟางยักษ์ ทั้งหุ่นฟางคิงคอง หุ่นฟางหนุมาน หุ่นฟางสิงห์ยักษ์ ฯลฯ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังจะไปสระบุรี ก็อย่าลืมแวะไปเช็กอินและช่วยอุดหนุนของชาวบ้านกันน้า

เวลาเปิด : 09.00 - 21.00 น.

วันที่เปิด : วันเสาร์






9.สวนคุณตา จ.อุทัยธานี

บนพื้นที่ 3 ไร่ ที่คุณตากัมปนาทเนรมิตให้กลายเป็นปลูกแปลง “ทุ่งคอสมอส” สายพันธุ์ฝรั่งเศสหลากสีสัน ทั้งสีขาว แดง ชมพู บานเย็น โดยสวนนี้มีชื่อว่า "สวนคุณตาการ์เด้นแอนด์ฟาร์มสเตย์" และนอกจากนี้ยังมีขนม เครื่องดื่มพร้อมมีพืชผักปลอดสารพิษขายอีกด้วย ส่วนใครที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด ทางสวนก็มีที่พักแบบเต้นส์ให้นักท่องเที่ยวด้วยจ้า

ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า






10.เกาะแสมสาร จ.ชลบุรี

สายธรรมชาติทั้งหลายพลาดไม่ได้ เพราะเกาะแสมสารเป็นแหล่งการเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำมากมาย ทั้ง ดำนำ นั่งเรือชมวิว ขี่จักรยานเดินเล่นชมเส้นทางธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีจุดให้บริการ ทั้งอาหาร ขนมและเครื่องดื่มอีกด้วย หรือหากใครอยากจะเตรียมของกินไปเองก็ได้เหมือนกันน้า ปล.เกาะแสมสารไม่อนุญาตให้ค้างคืนนะจ๊ะ

ค่าเข้าชม : ค่าตั๋วไปกลับสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบฟรีจ้า / เด็กตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปไม่เกิน 18 ปี คนละ 220 บาท / ผู้ใหญ่ คนละ 300 บาท ส่วนชาวต่างชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คนละ 600 บาทจ้า




ขอบคุณข้อมูลจากเพจปันโปร
เพจแจ้ง โปรโมชั่น และสินค้า ลดราคา





11.Flora Park (ฟลอร่าพาร์ค) วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

อีกหนึ่งสถานที่ที่รวบรวมพันธุ์ดอกไม้เมืองหนาวต่างๆ ไว้มากมาย และจุดเด่นที่เราพลาดไม่ได้เลยก็คือ Flora Tower View หอคอยสูง 4 ชั้น จุดชมวิวที่จะทำให้เราเห็นบรรยากาศได้ทั่วทุกมุม ถัดมาเป็นโซนหออธิฐานรัก ใครที่อยากขอพรเรื่องความรัก อย่ารอช้า วิ่งเลยจ้า

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 150 บาท / เด็กสูงไม่เกิน 145 ซม. 50 บาท / ผู้สูงอายุ 50 บาท / เด็กต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี

เวลาเปิด : 08.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน




ขอบคุณที่มา aum_patchrapa


12.สวนดอกไม้เชียงใหม่ I Love Flower Farm จ.เชียงใหม่

สวนดอกไม้สุดฮิตที่เหล่าดาราดังพากันมาเช็กอิน บรรยากาศภายในสวนเป็นทุ่งดอกมากาเร็ตสีม่วงที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ทางฟาร์มเขาก็มีบริการจัดเซ็ตน้ำชากลางทุ่งไว้ด้วยนะ รับรองถ่ายรูปมุมไหนก็ได้รูปสวยปังอย่างแน่นอนจ้า

ค่าเข้าชม : 70 บาท

เวลาเปิด : 09.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน






14.สวนนงนุช พัทยา

อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยว บรรยากาศภายในมีต้นไม้นานาพรรณจากทั่วโลกมากมาย ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,500 ไร่ นอกจากนี้ยังมีการแสดงโชว์ต่างๆ ปั่นจักรยานน้ำ นั่งช้าง ให้อาหารปลา นวดแผนโบราณและโซนอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากใครที่สนใจ แอดขอแนะนำให้ไปในช่วงเช้า เผื่อเวลาเดินเล่นมุมต่างๆ จะได้อยู่ทำกิจกรรมแบบทั้งวันและชมสวนได้อย่างทั่วถึงจ้า   

ค่าเข้าชม : ค่าเข้าชมสวน 200 บาท

เวลาเปิด : 08.00-17.30 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน






15.ฮอลลีวูดบ้านนา มนต์รักบางพุทรา จ.ฉะเชิงเทรา

โครงการ OTOP ที่มีกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เดินช้อปที่ตลาดน้ำซึ่งมีอาหารให้เลือกหลากหลาย อีกทั้งมีสินค้าชุมชนจำหน่าย นั่งรถต๊อกแต๊กทัวร์ ชมทุ่งนา สัมผัสธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวนา พร้อมมุมเซลฟี่กับหุ่นยนต์เก๋ๆ และกิจกรรมพายเรือในสระมรกต ฯลฯ เรียกได้ว่ามาครบจบในที่เดียวเลยจ้า

เวลาเปิด : 09.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด : วันเสาร์-วันอาทิตย์






16.เต่ามะเฟืองแม่ลูก หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

บริเวณหาดจอมเทียนมีประติมากรรมเต่ามะเฟืองแม่ลูก ซึ่งการสร้างสรรค์ในครั้งนี้ได้ได้รวบรวมขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาจากตู้รับบริจาคของโครงการ “รักษ์ ปัน สุข” ในปั๊มน้ำมันบางจากทั่วประเทศ นำมาจัดทำเพื่อรณรงค์ให้คนได้ตระหนักถึงปัญหาของถุงพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ พร้อมทั้งมีนิทรรศการให้ความรู้ หากใครที่แวะเวียนไปเที่ยวพัทยา ยังไงก็อย่าลืมไปเที่ยวชมและถ่ายรูปเล่นกันน้า ปล.ยิ่งช่วงเวลากลางคืนยิ่งได้ภาพสวยๆ จ้า

วันที่เปิด : จัดเป็นเวลา 6 เดือน ถึง มิ.ย. 63 นี้






17.ทุ่งทานตะวันบาน จ.ปราจีนบุรี

ทุ่งทานตะวันเหลืองอร่ามเต็มทั่วพื้นที่กว่า 1 ไร่ มองไปทางไหนก็สดชื่น เดินเล่นถ่ายรูปได้ทั้งวันแบบเพลินๆ สวยโดนใจทุกมุม สายรักธรรมชาติต้องไม่พลาดแล้วนะจ๊ะงานนี้

ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า

เวลาเปิด : 08.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน






18.วีว่า ฟอเรสต้า ฟาร์ม จ.จันทบุรี

ฟาร์มสัตว์สุดคิ้วท์ที่มีสัตว์แปลกๆ มากมายให้เราได้ใกล้ชิดแบบสุดๆ เช่น แกะ ม้าแคระ เต่ายักษ์ ห่าน หงส์ขาว ฯลฯ ส่วนบรรยากาศภายในฟาร์มโอบล้อมไปด้วยภูเขา พร้อมสวนดอกไม้ตามมุมต่างๆ บอกได้คำเดียวเลยว่าสวยและน่าถ่ายรูปทุกมุม

ค่าเข้าชม : เด็กความสูงไม่เกิน 110 ซม. เข้าฟรี / ผู้ใหญ่ 50 บาท

เวลาเปิด : 09.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน







19.ฟลาวเวอร์แลนด์ พัทยา

สวนดอกไม้ขนาดใหญ่บนพื้นที่ 100 ไร่ มากไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวมากมายให้ได้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน ซึ่งหากใครต้องการที่จะซื้อต้นไม้กลับไปปลูกที่บ้าน ทางสวนก็มีจำหน่ายด้วยน้า

ค่าเข้าชม : เด็กส่วนสูงต่ำกว่า 80 ซม. เข้าชมฟรี / เด็กสูง 80-120 ซม. 100 บาท / ผู้ใหญ่ 200 บาท

เวลาเปิด : 08.00 - 17.00 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน






20.ทุ่งโปรงทอง จ.ระยอง

ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ที่เที่ยวเชิงอนุรักษ์และเรียนรู้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน โดยมีสะพานยาวประมาณ 2 กม. และมีต้นโปรงขึ้นเต็มทั่วพื้นที่เป็นสีเขียวอ่อนดูสบายตา เหมือนได้หลุดออกไปอยู่อีกโลกหนึ่งเลยจ้า

ค่าเข้าชม : ฟรีจ้า

เวลาเปิด : 06.00 - 18.00 น.

วันที่เปิด : สามารถเข้าชมได้ทุกวัน


จบไปแล้วนะคะกับ 20 สถานที่เที่ยวต้อนรับปีใหม่ที่เราได้หยิบมาฝากกัน หากใครที่กำลังมีแพลนเดินทางแต่ยังไม่รู้จะไปที่ไหนดี ยังไงก็อย่าลืมเซฟข้อมูลนี้เก็บไว้นะคะ เผื่อเป็นตัวช่วยได้ รับรองว่าดีต่อใจอย่างแน่นอนจ้า



พี่ promotion สรุปให้

-การออกเดินทางไกล อย่าลืมตรวจเช็กสภาพรถกันด้วยน้า เพื่อความปลอดภัยและจะได้ไม่หมดสนุกระหว่างทางกันจ้า

-ยังไงก็อย่าลืมหาเวลาว่างๆ ไปพักผ่อน ให้หายเหนื่อยทั้งกายและใจเพื่อเป็นของขวัญให้กับตัวเองต้อนรับต้นปีกันด้วยน้า




9
Teen Zone / ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2562 ทำเองได้ ไม่ยากเลยยย!
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ อา. 12 ม.ค. 2020 เวลา 13:41:47 »

เจาะลึกขั้นตอน "ยื่นภาษีออนไลน์"
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปีภาษี 2562
ทำรายการเองผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรได้เลย
ตั้งแต่วันนี้ - 8 เม.ย. 63

ถือเป็นหน้าที่ของผู้มีเงินได้ จะต้องยื่นเสียภาษีภายในกำหนดด้วยนะ


   การยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือคุ้นเคยกันในตัวย่อ ภ.ง.ด. พี่ promotion รู้ว่าหลายคนเห็นว่าเป็นเรื่องวุ่นวาย ยุ่งยาก คิดแล้วปวดหัวหลายตลบ จะไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้สามารถยื่นคำนวณเงินได้ประจำปีและเสียภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย อยากทำเมื่อไหร่ก็กดเข้าไปแค่นั้น ไม่ต้องมาคำนวณเองอีกด้วย แค่เรากรอกข้อมูลตัวเลขต่างๆ ของตัวเองให้ครบถ้วน ระบบจะสรุปออกมาให้เลยว่าเราจะต้องจ่ายภาษีเพิ่ม หรือขอคืนเงินภาษีที่จ่ายไว้เกินเป็นจำนวนเท่าไหร่




   พี่ โปรโมชั่น ขอเกริ่นก่อนว่าการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะทำหรือไม่ทำก็ได้นะ ถือเป็นหน้าที่ของผู้มีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนดจะต้องยื่นแบบฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่ทำจะถือว่ามีความผิดนะ ก่อนอื่นมาดูกันว่าใครจะต้องยื่นแบบฯ บ้าง?

-บุคคลธรรมดา (สถานะโสด) ที่มีเงินได้มากกว่า 30,000.- ต่อปี หรือกรณีมีเงินได้เฉพาะเงินเดือนตามมาตรา 40(1) มากกว่า 50,000.- ต่อปี ถ้าสมรสแล้วจะต้องดูว่ายื่นแบบฯ รวมหรือแยกกับคู่สมรสด้วย เกณฑ์จะไม่เหมือนกันนะ

-ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี ก็ต้องยื่นแบบฯ เสียภาษีด้วยเหมือนกัน เพราะระหว่างปีมีเงินได้ด้วยเช่นกัน ทายาทหรือผู้จัดการมรดกจะต้องดำเนินการแทน

-กองมรดกที่ยังไม่ได้จัดการ หลังจากผู้มีเงินได้ตายในปีก่อนหน้า ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 30,000.- ขึ้นไป

-คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญ ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีรายได้ตั้งแต่ 30,000.- ขึ้นไปในปีภาษี

   หลายคนอาจจะไม่เข้าใจคำว่า "ปีภาษี" ซึ่งหมายถึงระยะเวลาที่ใช้คำนวณเงินได้ในปีดังกล่าว จะนับเหมือนปีปกติเลย เช่น ปีภาษี 2562 จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 62 - 31 ธ.ค. 62 แต่จะยื่นแบบฯ เพื่อคำนวณภาษีภายในเดือน มี.ค. ของปีถัดไป (ปี 2563) หรือตามที่กรมสรรพากรกำหนด อย่างในปีนี้ก็สามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ได้ตั้งแต่วันนี้ - 8 เม.ย. 63




ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์


   เมื่อเข้ามาที่หน้าแรกของเว็บไซต์ของกรมสรรพากร จะเจอหน้าจอเกี่ยวกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 นั่นก็คือการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษี 2562 นั่นเอง ถ้าหากเราเป็นผู้มีเงินได้ก็จะต้องยื่นเสียภาษีทุกคนนะ ซึ่งเดี๋ยวนี้ทุกคนสามารถกดทำรายการได้เองผ่านช่องทางออนไลน์เลยนะ เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดก็ว่าได้ มาเริ่มกันเลยจ้า




เมื่อเข้ามาที่หน้าแรกแล้ว
กด "ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91" ได้เลย แนะนำให้เข้าใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์นะจ๊ะ





ถ้าหากใครที่ปีที่แล้วได้ทำการยื่นภาษีออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรรพากรเอาไว้ ก็สามารถใช้หมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านเดิมได้เลย แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะลืมไปแล้วแหงๆ ว่าชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านคืออะไรนะ พี่ โปร ลองใส่หมายเลขผู้ใช้เป็นหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสผ่านที่ตั้งไว้ก็เข้าสู่ระบบได้แล้ว อาจจะลองนึกดูว่าเราตั้งรหัสผ่านอะไรไว้บ้าง แต่ถ้านึกไม่ออกจริงๆ ก็ให้กดลืมรหัสผ่านโล้ดดดด~

กรณีที่เรายังไม่เคยใช้งานมาก่อนเลย ก็กดปุ่ม "ลงทะเบียน" กันก่อนนะ ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อทำการยืนยันข้อมูลให้ถูกต้องยืนยันว่าเราเป็นเจ้าของข้อมูลดังกล่าวๆ จริงจ้า




เราสามารถเลือกลงทะเบียนได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลนะ
แต่ในส่วนนี้เราจะเน้นไปที่การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหลัก
เลยจะยกตัวอย่างสำหรับบุคคลธรรมดากันก่อนเนอะ



  ในส่วนขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าใช้งานครั้งแรก แนะนำให้เพื่อนเตรียมข้อมูลส่วนตัวให้พร้อมเลย โดยเฉพาะบัตรประชาชนต้องอยู่ในมือเลย เพราะเป็นข้อมูลส่วนตัวสุดๆ ไม่น่าจะมีใครจำเลขหลังบัตรประชาชนได้หรอก (รึป่าวนะ 55)

เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร สำหรับบุคคลธรรมดาก็คือเลขบัตรประชาชน 13 หลักนั่นเอง

-ชื่อ-นามสกุล

-วันเดือนปีเกิด

-เลข Laser ID ด้านหลังบัตรประชาชน

จากนั้นเราจะต้องกรอกที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารและอีเมล ระบบจะให้ตั้งหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าใช้งาน พร้อมตั้งคำถามกรณีลืมรหัสผ่าน แล้วค่อยตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง กดยืนยันข้อมูลแค่นี้ก็เรียบร้อย พร้อมเข้าสู่ระบบเพื่อทำรายการยื่นภาษีเงินได้ทันทีเล้ยยย~




  เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ระบบจะดึงข้อมูลผู้มีเงินได้จากฐานข้อมูลที่มีอยู่ โดยที่เราไม่ต้องกรอกข้อมูลใดๆ เลย ซึ่งถ้าหากได้มีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือต้องการแก้ไขที่อยู่ ก็สามารถกดปุ่มเพื่อทำการปรับปรุงข้อมูลได้ทันที แต่ถ้าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องแล้วก็ทำรายการต่อไปได้เลยนะ




   จากนั้นในหน้านี้จะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีเงินได้และคู่สมรส (ถ้ามี) เราจะต้องกรอกข้อมูลสถานประกอบการและเว็บไซต์ รวมถึงเลือกสถานะของตัวเองให้ถูกต้อง ถ้าหากมีคู่สมรสก็จะต้องกรอกข้อมูลส่วนนี้ด้วย เพราะการคำนวณเงินได้ของคู่สมรสจะมีผลกระทบมายังตัวเราด้วย




  ในหน้านี้ถือเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะระบบจะให้ผู้มีเงินได้เลือกว่ามีรายได้และค่าใช้จ่าย รวมถึงรายการลดหย่อนอะไรบ้างที่จะนำมาใช้ในการคำนวณเงินได้สุทธิ ถ้าเราจะใช้สิทธิ์ลดหย่อนตัวไหนก็ต้องเลือกให้ครบ เพราะถ้าขาดรายการอะไร จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อมูลได้ ก่อนจะเลือกก็เช็กให้ดีก่อน ลิสต์ออกมาเลย เราลองมาดูตัวอย่างกันสักนิดนุงงง

   กรณีเป็นพนักงานออฟฟิศ ทำงานประจำอย่างเดียว ไม่มีรายได้จากช่องทางอื่นๆ ก็ให้เลือกว่ามีรายได้เฉพาะมาตรา 40(1) เท่านั้นจ้า ไม่ต้องเลือกอันอื่นนะ แต่ในส่วนของรายการยกเว้นหรือลดหย่อนก็อยู่ที่แต่ละคนมีอะไรบ้าง แต่ที่น่าจะมีชัวร์ๆ ก็คงเป็นเงินสมทบกองทุนประกันสังคม




  เมื่อเราเลือกรายการต่างๆ ที่จะนำมาคำนวณเงินได้สุทธิแล้ว ระบบจะให้กรอกข้อมูลและตัวเลขด้วยตัวเอง ซึ่งเราจะต้องมีข้อมูลอยู่ก่อนแล้ว ปกติทางบริษัทที่ทำงานอยู่จะสรุปยอดทั้งปีมาให้เราเป็นเอกสาร สามารถนำตัวเลขดังกล่าวมากรอกในส่วนนี้ได้เลย สำหรับบางคนอาจจะมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักไว้ก็ต้องนำมากรอกเพื่อคำนวณเงินได้ด้วย



เงินได้




   
ตัวอย่าง สมมติว่าถ้าแอดมีเงินได้มาตรา 40(1) ตลอดปีภาษี 2562 รวมทั้งหมด 500,000.- แต่จ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้ จำนวน 4,500.- ก็ต้องกรอกลงไปด้วยนะ ระบบก็จะคำนวณหักค่าใช้จ่าย 50% ให้แบบอัตโนมัติ (สูงสุดถึง 100,000.-) อย่างกรณีนี้ก็จะมีเงินได้คงเหลือ จำนวน 400,000.-



รายการลดหย่อนและยกเว้น




  รายการลดหย่อนที่จะได้รับโดยอัตโนมัติคือ "ผู้มีเงินได้" ซึ่งจะได้รับลดหย่อนปกติจำนวน 60,000.- (บางคนอาจจะได้ลดหย่อนเพิ่ม แล้วแต่กรณี) ส่วนรายการอื่นๆ ก็อยู่ที่ว่าเราได้เลือกรายการอะไรเอาไว้ อย่างอันนี้แอดเลือกลดหย่อนเพิ่มอีก 2 รายการ คือเบี้ยประกันชีวิตและเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ทำให้รายการลดหย่อนทั้งหมดรวมเป็น 169,000.-




  เมื่อเราได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเรียบร้อยแล้ว กรณีที่เป็นการขอคืนภาษีจะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาเงินคืนด้วยนะ ซึ่งเราสามารถอัปโหลดจากหน้าเว็บไซต์ได้เลยจ้า และสามารถกดตรวจสอบได้ตลอดเวลาเลยผ่านทางหน้าเว็บไซต์ http://bit.ly/2FqyKWu




   อันนี้พี่โปรโมชั่นเอาตัวอย่างของการสอบถามข้อมูลการขอคืนภาษีของปีภาษี 2561 มาให้ดูนะ พอเรายื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเสร็จแล้ว สถานะก็จะอยู่ที่ "ยื่นแบบฯ" จากนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ซึ่งจะมีการขอเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เราอัปโหลดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณา เมื่อเจ้าหน้าที่เช็กแล้วเรียบร้อย ก็จะส่งเรื่องคืนภาษีให้ จนขั้นตอนสุดท้ายก็คือได้รับเงินคืนภาษีเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งขั้นตอนต่างๆ นี้สามารถดูได้ทางเว็บไซต์เลย หากมีข้อสงสัยต่างๆ สามารถโทรสอบถามกับสรรพากรพื้นที่ที่เราอยู่ได้เลย เช่น เอกสารที่อัปโหลดไปมีปัญหาอะไรมั้ย เป็นต้น



ปันโปรสรุปให้


-ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร คลิก http://bit.ly/2MZqj8L ทำตามขั้นตอนไม่ถึง 15 นาทีก็เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมเตรียมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารรายได้ ใบยืนยันการชำระเบี้ยประกัน รายการลดหย่อน เป็นต้น เอาไว้ให้พร้อมด้วยน้าาา~

-เมื่อเรากรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ระบบจะคำนวณเงินได้สุทธิและภาษีที่จะต้องชำระเพิ่มเติมให้แบบอัตโนมัติเลย แต่ถ้าหากเรามีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือภาษีที่ชำระไว้เกินก็จะนำมาหักลบจนได้ยอดสุทธิ ซี่งเป็นไปได้ทั้งกรณีที่จะต้องชำระภาษีเพิ่มเติม หรือหากชำระภาษีไว้เกิน ก็สามารถขอเงินคืนได้้เช่นกัน

-สำหรับปีภาษีนี้สามารถยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้จนถึงวันที่ 8 เม.ย. 63 ถ้าหากเลยกำหนดจะถือว่ามีความผิดนะ แนะนำว่าให้ทำรายการเนิ่นๆ อย่าไปรอช่วงใกล้หมดเขตเน้อออ~



ขอบคุณข้อมูลจากเพจปันโปร
เพจแจ้ง promotions และสินค้า ลดราคา

10
Teen Zone / เฉลยคำถาม Starbucks ซื้อ 1 แถม 1 เล่นเกมรับคูปองไปเล้ยยย~
« กระทู้ล่าสุด โดย promotion เมื่อ ส. 11 ม.ค. 2020 เวลา 16:45:49 »


เฉลยคำถามเกม Starbucks
ซื้อเครื่องดื่ม 1 แถม 1 ทุกประเภท
จะเล่นกี่รอบยังไง ก็ได้คูปองเอาไปใช้แน่น๊อนนนน~
โปรโมชั่น นี้เล่นวนไปอย่าหยุดค่ะ จนถึงวันที่ 12 ม.ค. 63


สามารถเก็บคูปองใช้ได้ถึง 24 ม.ค. 63 เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ หลังเวลาบ่าย 2 เป็นต้นไป


   เริ่มต้นปีใหม่ 2563 ด้วยความสดใสเวอร์ ขอเติมพลังในวันทำงานด้วยเครื่องดื่มเฟรชๆ จากร้านสตาร์บัคส์ซักนิดนึงเนาะ เพราะเค้ามี promotion เด็ดสุดเพื่อฉลองปีหนูทอง ซื้อเครื่องดื่มทุกประเภท 1 แถม 1 กันไปเล้ยยย~ แบบนี้ต้องเปิดตี้หาเพื่อนมาแชร์กันซะหน่อยละ แต่ไม่ใช่ว่าจะเดินไปที่ร้านแล้วสั่งได้เลยนะ จะต้องมีคูปองไปโชว์กับพนักงานกันด้วยนะ ได้คูปองมาแบบง่ายสุด แค่เล่นเกมบนเว็บไซต์ คลิกเลย http://bit.ly/2QOaAuj ก่อนอื่นเราลองมาดูเงื่อนไขร่วมสนุกกันก่อนเลยจ้า

1 คน สามารถเล่นได้ไม่จำกัด จะกดเล่นกี่ครั้งก็ได้เลย ระหว่างวันที่ 6-12 ม.ค. 63
คูปองจะจัดส่งให้ทาง SMS ตามเบอร์โทรศัพท์มือถือที่กรอกในระบบ ภายใน 24 ชั่วโมง แต่จริงๆ ไม่กี่นาทีก็ได้ข้อความแล้วจ้า
เก็บคูปองเอาไว้ใช้กันได้ยาวๆ เลย ตั้งแต่วันที่ 6-24 ม.ค. 63 เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ หลังเวลาบ่าย 2 เป็นต้นไป
ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ หรือส่วนลด Personal Cup ได้นะ
คูปอง 1 ใบสำหรับซื้อเครื่องดื่ม 1 แถม 1 ได้เพียง 1 สิทธิ์ ถ้าจะซื้อหลายๆ แก้วจะต้องมีคูปองหลายใบนะ แต่จำกัด 1 คนซื้อได้แค่ 2 แก้วจ้า
สำหรับใครที่มีคูปอง e-Coupon ต่างๆ ที่ได้รับจากการเล่นเกม หรือแลกคะแนนสะสมบัตรเครดิต สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นนี้ได้ตามปกติเลยจ้า ถ้าหากใครจะใช้ e-Coupon จ่ายเงิน แนะนำให้ตัดเงินจากบัตรสมาชิก Starbucks Rewards อย่างต่ำ 5 บาท เพื่อจะได้สะสมดาวจากยอดซื้อครั้งนั้นได้ด้วยนะ
ซึ่งรอบนี้สตาร์บัคส์เค้ามีเมนูใหม่ๆ มาให้ลองเพียบเลยนะ ใครเป็นสายชาเขียวมัทฉะคือต้องเลิฟแน่นอน เพราะมีเมนูให้เลือกถึง 3 แบบ 3 สไตล์กันเลย ได้แก่ Pure Matcha Latte, Iced Pure Matcha Latte และ Black Sesame Pure Matcha Latte with Taro Foam ซึ่งสามารถร่วมกับโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ได้เช่นเดียวกัน





โฉมหน้าของ 3 เมนูใหม่ที่จะต้องไปลองให้ได้เล้ยยย~


เฉลยคำถาม 10 ข้อ เกม Starbucks ลุ้นรับคูปองซื้อ 1 แถม 1



   การที่เราจะได้คูปองซื้อเครื่องดื่ม 1 แถม 1 ก็จะต้องผ่านด่านตอบคำถามทั้งหมด 3 ข้อ ซึ่งเป็นการสุ่มคำถามจากทั้งหมด 10 ข้อ คำถามไม่ยากเลย แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากได้คูปองเร็วๆ แบบนี้แอดก็ไปสืบเสาะทุกคำถามมาฝาก พร้อมกับเฉลยเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เปิดเว็บไซต์นี้ระหว่างเล่นไปด้วยรับรองว่าได้คูปองไปใช้แน่นอนจ้า

พอเราตอบคำถามถูกต้องทั้ง 3 ข้อแล้ว ระบบก็จะให้กรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 หมายเลข เพื่อรับคูปองผ่านทางข้อความ SMS ซึ่งเราสามารถใส่เบอร์ซ้ำกันทั้ง 4 หมายเลขได้เลยนะ ระบบไม่ได้ล็อกเอาไว้จ้า หรือถ้ายังไม่จุใจก็เข้ามาเล่นใหม่กรอกเบอร์ซ้ำไปอีกก็ยังได้ 5555 ถูกยิ่งกว่า ลดราคา อย่างงี้ต้องเล่นจนกว่าจะพอใจได้เลยจ้า





ถูกทุกข้อโล้ดดด!







สามย่านมิตรทาวน์ต้องมาค่ะ








ต้องลองเมนูนี้แล้วล่ะ








สาขานี้น่าไปสุด








สาขานี้ขึ้นชื่อเลย








ลองกันได้ทุกเมนูจ้า








5 สาขาเยอะจริง








แค่ 100.- ก็เติมได้แล้วนะ








ใหม่สุดต้องอันนี้








ลองไปใช้บริการกันดีกว่า








พอเล่นเกมเสร็จแล้ว กรอกเบอร์มือถือโล้ดดดด จะใส่เบอร์ซ้ำกันก็ไม่ติด



ปันโปรสรุปให้


-Starbucks ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับเครื่องดื่มทุกประเภท (ยกเว้น น้ำผลไม้ทุกชนิด และเครื่องดื่มบรรจุขวดทุกประเภท) จะต้องเล่นเกมกันก่อนนะ รีบเข้าไปเล่นกันได้เลยที่ http://bit.ly/2QOaAuj

-ตอบคำถามให้ถูกทั้ง 3 ข้อ จึงจะมีสิทธิ์รับ โปร คูปองซื้อ 1 แถม 1 นะ โดยต้องกรอกเบอร์มือถือเพื่อรับคูปองที่จะส่งมาทาง SMS ไม่จำกัดสิทธิ์ในการเล่นและรับคูปอง สามารถใส่เบอร์ซ้ำกันได้ จะเล่นกี่รอบก็ได้ แนะนำว่ากดเล่นไปรัวๆ เลยจ้า ไม่ใช้ก็ไม่เสียหายอะไรนิเนอะ

-สามารถเล่นเกมรับคูปองซื้อ 1 แถม 1 ได้ตั้งแต่วันนี้ - 12 ม.ค. 63 และคูปองเก็บไว้ใช้ได้จนถึงวันที่ 24 ม.ค. 63 เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ หลังเวลา 14.00 น​. เป็นต้นไป
หน้า: [1] 2 3 ... 10